แปลกมั้ย... ถ้าเราอาจเห็นต่างเกี่ยวกับเรื่องพี่หมื่นโป๊บ

แปลกมั้ย... ถ้าเราอาจเห็นต่างเกี่ยวกับเรื่องพี่หมื่นโป๊บ


- - - - - -


ข้าไหว้ทุกท่านเจ้าค่ะ วันนี้มาแปลกนิด คือมาแบบไทยจัด เพราะอยากจะพูดถึงเรื่องกระแสข่าวที่แรงจัดจ้าน เกี่ยวกับเรื่องพี่หมื่นโป๊บและแม่หญิงในอดีตของเขา คิดอยู่นานว่าจะพูดเรื่องนี้ดีหรือไม่ สังคมไทยจะรับได้มั้ยในมุมที่จะพูด แต่สุดท้าย... ก็ตัดสินใจแล้ว เพราะมีแง่มุมที่อยากจะพูดถึงเหลือเกิน แต่จะไม่ขอพูดเรื่องดราม่าว่าคุณโป๊บผิดหรือถูก

ขอแกะแค่ประเด็นเรื่องนี้ในบริบทของแม่หญิงอย่างเราค่ะ


- - - - - -


ตั้งแต่วันที่ได้ยินข่าว จนถึงวันที่คุณโป๊บออกมาให้สัมภาษณ์ เราก็ได้เห็นกระแสผู้หญิงทั้งหลายพูดว่า 'ไม่ว่าข่าวจะจริงหรือไม่ก็เข้าข้างพี่โป๊บ' พร้อมแปะแฮชแท๊ก #กูบ้าผู้ชายกูยอมรับ แถมด้วยการบอกว่าอยากเป็นหนึ่งในนั้น คนส่วนใหญ่อาจรู้สึกขำ และมองเป็นเรื่องของกระแสบ้าดารา แต่ทำไมไม่รู้.... เรารู้สึกว่ามันเป็นยัดเยียด เอาการชื่นชอบดารา มาปะปนกับความหื่นกามส่วนตัว... ซึ่งไม่ผิด แต่มันดันไปผสมมั่วซั่ว กับเรื่องของการให้เกียรติผู้หญิงด้วยกัน มีการผลักผู้หญิงให้ไปอยู่ข้างล่าง ที่สำคัญอีกอย่างคือ... เราได้เผลอลวนลาม (sexual harassment) ไปบ้างหรือเปล่าในถ้อยคำเหล่านี้ ถ้าผู้ชายพูดคำเดียวกันนี้กับดาราผู้หญิง เราจะมองเป็นเรื่องขำเหมือนกันมั้ย ส่วนตัวเอินไม่ขำ... จึงมองว่าเราก็ไม่ควรขำ แค่เพราะผู้ที่ถูกลวนลามด้วยคำพูดนั้นเป็นผู้ชาย มันคือความไม่ให้เกียรติที่เต็มไปด้วยความไม่เท่าเทียม ในขณะที่ผู้หญิงเราก็เรียกร้องการให้เกียรติกันอยู่ ประเด็นสุดท้ายที่อยากจะลองพูดถึง ซึ่งไม่แน่ใจเลยว่าจะโดนกระหน่ำหรือไม่ คือแม่หญิงที่เคยอยู่ในอดีตของคุณพี่หมื่น จะไม่ขอพูดถึงเรื่องที่ว่าทำไมเลือกมาเปิดโปงตอนนี้ เพราะปัจจัยหลายอย่างคงทำให้เหตุผลชัดเจนอยู่ แต่จะขอพูดในมุมนี้ค่ะ... คนทุกคน... ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ดูแลตัวเองได้แล้ว เมื่อตัดสินใจจะมีความสัมพันธ์กับใคร...ในระดับลึกซึ้งแค่ไหน... ย่อมต้องพิจารณาในใจ อาจจะได้คบหากันระยะยาว หรืออาจเป็นความสัมพันธ์เพียงชั่วคราว มันคือความเสี่ยงที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างต้องแบกรับอยู่แล้ว เป็นความจริงที่ต้องรับรู้ ไม่ว่าในความฝัน... จะหวังไว้อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่เฉพาะทางฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชายนะคะ แต่ทั้งคู่ได้พิจารณาแล้วว่ามีโอกาสที่ทั้งได้ไปต่อ หรือเป็นได้แค่ความสัมพันธ์ระยะสั้น เมื่อรู้แล้ว พิจารณาแล้ว เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อจากนั้น... ก็ต้องยอมรับมัน เอินขอโทษที่อาจไม่ได้มองผู้หญิงเป็นฝ่ายเสียหาย เพราะมันก็ยุคนี้สมัยนี้ ที่มีการสมยอมกันทั้ง 2 ฝ่าย มันจึงไม่มีผู้เสียหาย.... เมื่อไหร่ที่เรามองว่า ‘เราถูกกระทำแล้วทิ้ง’ มันเหมือนเราเอาผู้หญิงไปวางไว้ข้างล่างผู้ชาย รอให้เขา ‘เมตตา’ แล้วก็รอให้เขารักหรือทิ้ง มันดูขาดศักดิ์ศรี ขาดที่ยืน ขาดความแข็งแรง ทั้งที่ผู้หญิง.... เป็นอะไรได้มากกว่านั้นเยอะ จำเป็นด้วยหรือ ที่เพราะมีความสัมพันธ์กัน แล้วเราต้องเป็นผู้เสียหาย จำเป็นด้วยหรือ ที่เพราะเรื่องไม่เป็นไปตามที่ฝันไว้ แล้วแปลว่าเราถูกหลอก เราลืมความจริงไปหรือเปล่าว่าสังคมได้เปลี่ยนไปแล้ว ว่าผู้หญิงเรามีที่ยืนที่ไม่เหมือนเดิมแล้ว เราสามารถเลิกกับผู้ชายคนหนึ่ง แล้วไปคบหากับผู้ชายคนใหม่ โดยที่ไม่ถูกมองว่าเป็นสินค้าที่เสียหายอีกต่อไป เราจึงมีทางเลือก มีอิสระเสรี ...ไม่เหมือนเมื่อก่อน เราจึงไม่สามารถโยนความผิดของความผิดหวัง ไปที่ใครคนใดคนหนึ่งได้ เพราะมันคือการตัดสินใจของคนทั้ง 2 คน



#ความเท่าเทียมเริ่มที่ตัวเรา #บทเรียนจากพี่หมื่น

page created and managed by Kal & Co Consultant Co., Ltd.