๙ การเดินทาง ๙ ความทรงจำ... ด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ

Updated: Jan 15, 2018

ฉันโตมาในครอบครัวคนไทยที่สอนว่าต้องรักในหลวง ก็รักไป... โดยที่ไม่ค่อยเข้าใจอะไร... ว่าทำไมจึงต้องรัก...


จนวันหนึ่งที่ได้เดินทาง... จึงได้เห็นความจริง... กับตา...


สำหรับฉัน การเดินทางไปต่างที่ นอกจากจะทำให้เราได้ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งใหม่ๆ ที่ได้เรียนรู้แล้ว มันยังทำให้เราได้หันมาตระหนักถึงสิ่งที่เราเป็น ต่างๆ นาๆ ที่เรามี และความโชคดีที่เราได้รับ


ใช่... บ้านเรายังไม่เจริญขนาดบ้านเมืองฝรั่งหลายๆ ที่ แต่ที่เรายังดีกว่าหลายๆ คนในวันนี้... ที่เราสุขสบายได้อย่างนี้... มากมายก็เป็นเพราะพระบารมีของในหลวง


ไม่เลย... ท่านไม่จำเป็นต้องทำ... แต่ท่านก็ทรงทำเพื่อพวกเรามาตลอด...


โพสต์จึงขอรวบรวมประสบการณ์ ความรู้สึก และความทรงจำส่วนตัว จาก ๙ การเดินทาง ผ่านบทความทั้ง ๙ ที่ถูกเขียนขึ้นด้วยความรัก ความคิดถึง และความภักดี ที่มีต่อพ่อหลวงรัชกาลที่ ๙ ของเราทุกคน

หมายเหตุ: ขออภัยและขออนุญาตใช้ภาษาชาวบ้านนะคะ เพราะก็เป็นแค่คนธรรมดา ที่อยากเขียนเรื่องราวและความรู้สึกแบบที่คนธรรมดาคนหนึ่งได้ไปประสบมา เพื่อแบ่งปันให้คนธรรมดาเหมือนกันได้อ่านแล้วเข้าใจกัน


แม่ฮ่องสอน (2004)


ฉันโชคดีที่ได้เดินทางตั้งแต่ยังเด็ก นอกจากความสนุก ก็ยังได้รู้ได้เห็นวัฒนธรรมใหม่ๆ แต่การเดินทางที่แท้จริงที่ทำให้ได้รู้จักตัวตนและรากของประเทศตัวเอง เริ่มต้นเมื่อตอนเรียนมหาวิทยาลัยศิลปากร

จากเด็กที่เรียนโรงเรียนนานาชาติ สู่การทัศนศึกษาทั่วประเทศ ที่ต้องนอนวัด ต้องพูดคุยหาข้อมูลกับชาวบ้าน ได้เจอคนไทยแบบที่เคยรู้จัก และคนไทยเผ่าต่างๆ จึงทำให้ได้เห็น... สิ่งที่ไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน

แต่การทัศนศึกษาครั้งที่ทำให้ตระหนักถึงความโชคดี ที่ได้เกิดมาใต้พระบรมโภธิสมภาร คือการเดินทางไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน... จังหวัดที่ซ่อนตัวอยู่ในเขาหลัง 300 กว่าโค้ง ของถนนที่คดเคี้ยว ไปยาก


เราไปเยี่ยมเยียนหมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งทั้งหมู่บ้านทำเกษตรกรรม ที่นั่น... ฉันได้ค้นพบว่าคนรักในหลวง... สุดใจ จากการที่ได้เห็นชาวบ้านประดับบ้านด้วยรูปในหลวง เขียนถ้อยคำถึงในหลวงที่เรียบง่าย แต่เห็นภาพ ว่าในหลวงทรงสอนอะไรพวกเขาบ้าง...


ที่สำคัญคือการได้เห็นโครงการหลวง ว่ามันทำให้ชาวบ้านมีกิน.. กับตา และได้เห็นงานของมูลนิธิศูนย์ศิลปาชีพของพระราชินี ที่มีกระบวนการสอนการสร้างสินค้าจากงานพื้นบ้าน... เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ไปพร้อมกับการอนุรักษ์งานฝีมือแบบดั้งเดิมไม่ให้หายไป


สิ่งที่ได้เห็น... คือความรัก ความเมตตา และความจริงใจ ที่ทั้งสองพระองค์มีให้กับประชาชน

ในหลวงและพระราชินีได้เสด็จไปเยือน และส่งคนไปสอนเขาทำมาหากิน สอนทำเกษตรที่ถูกต้องในหน้าทำนา และสอนทำอาชีพเสริมในหน้าอื่น เพื่อให้พวกเขามีรายได้... ด้วยตัวเอง


ท่านไปถึงก่อนนักการเมืองคนไหนจะไปถึง ท่านสอนให้อดทน ท่านสอนให้ทำงาน ท่านสอน... วิธีทำงาน... เพื่อให้คนมีกิน


ตอนนั้นจึงเพิ่งเข้าใจที่คนเคยพูดกัน ว่าพ่อสอน... ให้เราจับปลา... ไม่เพียงโยนปลาเพื่อให้มีกินเพียงชั่วคราว เพราะพ่อจริงใจ... กับพวกเรา... พ่ออยากให้เรามีความสุขได้... อย่างยั่งยืน


ความรักที่มีต่อพ่อ... จึงเริ่มถูกปลูกขึ้นในใจของฉัน... จากความจริงที่ได้เห็นกับตา... ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา



📷

เวียดนาม (2009)

📷​​SMXLL📷

.

แม้จะได้เดินทางไปเห็นความจริงกับตาจากที่ต่างๆ ทั่วประเทศมาสักพัก ในที่สุดฉันและสามีจึงเริ่มตัดสินใจออกไปเที่ยวต่างประเทศกันเอง แต่ด้วยความที่ทุนทรัพย์เรายังน้อย และความใคร่รู้ในประเทศรอบข้างที่เราเหมือนยังไม่รู้จักเขาดีพอ เราสองคนจึงเลือกประเทศกัมพูชา เวียดนาม และลาว เป็นจุดหมายของการเดินทางในปี 2009 ของเรา

เราสองคนเดินทางออกจากกรุงเทพด้วยรถไฟสถานีหัวลำโพง ไปสุดทางที่อรัญประเทศ แล้วต่อรถตุ๊กๆ ไปชายแดน เมื่อข้ามไปฝั่งปอยเปต เราจึงเรียกรถ shared taxi จากชายแดนตรงไปสู่เสียมราฐ เมื่อเที่ยวนครวัด-นครธมจบ ก็นั่งรถทัวร์ข้ามประเทศต่อไปทางใต้ของเวียดนาม และใช้วิธีการนั่งรถบัสแบบนอนเดินทางตั้งแต่เมือง Ho Chi Minh ทางใต้ไล่ขึ้นไปจนถึง Hanoi ทางเหนือ เราใช้เครื่องบินเพียงเส้นทางจาก Hanoi ไปหลวงบางเท่านั้น... ที่เหลือคือการนั่งรถบัสจากหลวงพระบาง ไปวังเวียง ไปเวียงจันทร์ เข้าประเทศไทย และตรงกลับเข้าสู่ประเทศไทย

ตลอดเส้นทาง..... เราได้เห็นทั้งคนที่มีวัฒนธรรมเปลี่ยนไปเรื่อยๆ รวมถึงสภาพภูมิประเทศตั้งแต่ออกจากประเทศไทยจนกลับเข้ามา ทั้งความเขียว ความแห้งแล้ง ภูเขาสูง ทางคดเคี้ยว ถนนเล็กแคบชำรุด ในที่ต่างๆ

เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณประเทศไทย ที่ให้ที่พักพิงและเติบโตมาอย่างสะดวกพร้อมการศึกษาที่ดีกว่าหลายประเทศ

แต่หนึ่งในความรู้ใหม่ที่ได้พบระหว่างการเดินทางครั้งนี้.... คือการคุกคามของคอมมิวนิสต์ทั่วภูมิภาคนี้

- - - - - - - -

ฉันเคยได้ยินเรื่องการถูกคุกคามจากคอมมิวนิสต์ประปราย... จากคนรุ่นพ่อแม่ ตั้งแต่เด็กจนโต แต่ไม่เคยได้รู้รายละเอียดว่าเราสู้อย่างไร รอดพ้นคอมมิวนิสต์มาได้อย่างไร... ว่าใคร... ช่วยเรา...

อาจเพราะโตมาคนละยุคเลยไม่ได้เห็น และบทเรียนประวัติศาสตร์บ้านเราก็ไม่ได้สอน

จนกระทั่งได้อ่านเจอบทสัมภาษณ์ของอดีตนายทหารท่านหนึ่ง ที่เคยทำงานถวายท่านเมื่อตอนที่คอมมิวนิสต์ พยายามขยายอิทธิพลเข้ามาบ้านเรา

จึงได้รู้ว่าท่านต่อสู้ด้วยการพัฒนา ด้วยการชลประทาน ด้วยการศึกษา ด้วยการ... ทำให้ชีวิตคนดีขึ้น

แต่ได้มาเข้าใจลึกซึ้งจริงๆ ก็ตอนที่ได้ไปชม Ho Chi Minh Museum ที่เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม

หลักฐานในพิพิธภัณฑ์บอกเราว่า Ho Chi Minh และพรรคพวก ได้เข้ามาตั้งหลักถึงในเขตประเทศไทยแล้ว โดยมีเป้าหมายที่จะปฏิวัติทั้งภาคนี้ (Indochina) ให้เปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบสังคมนิยม ซึ่งในตอนนั้น รอบๆ ประเทศไทย... ถูกอิทธิพลของคอมมิวนิสต์เข้าครอบครองหมดแล้ว...

เหลือแต่ประเทศเรา... เท่านั้น

แต่ก็ใช่ว่าเราจะอยู่กันแบบสบายใจ เพราะตอนนั้นพรรคคอมมิวนิสต์ก็แข็งแรงมากแล้วด้วย คือตีจากภาคอีสานจนจ่อเข้ามาถึงโคราชแล้ว อีกนิดเดียวก็เข้ากรุงเทพฯ

ยังจำความรู้สึกขนลุกได้ดี... ยังจำที่น้ำตารื่นเต็มตาได้ดี... ภาคต่อของเรื่องราวที่เคยอ่าน... เบื้องหลังของความปลอดภัยในชีวิตที่มี... คือพ่อหลวง... ที่ปกป้องเราไว้นี่เอง

“We are not fighting against people; we are fighting against hunger.

If we make this and the people have a better life,

the people you call communist insurgents will have

a better life also, so everybody's happy.”

(เราไม่ได้กำลังต่อสู้กับคน เรากำลังต่อสู้กับความหิวโหย ถ้าเราทำสิ่งนี้ แล้วทำให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น

คนที่คุณเรียกว่าคอมมิวนิสต์ก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้นด้วย แล้วทุกคนก็มีความสุข)

~ พระราชดำรัสส่วนหนึ่งจากสารคดี Soul of Nation ที่ออกฉายทางช่อง BBC เมื่อปี 1980

📷

ลาว (2009)

📷​​SMXLL📷

แน่นอนว่าในการเดินทางไปกัมพูชา เวียดนาม และกัมพูชานั้น เราก็เตรียมตัวไปลำบากตามประสา แต่สิ่งที่เราไม่ได้คิดเอาไว้เลย คือการที่เราจะได้เห็นความเหมือนที่แตกต่างกันมากมายจนทำให้เราน้ำตารื้น

โดยเฉพาะลาว ประเทศข้างเคียงที่มีความใกล้ชิดและใกล้เคียงกับเรามาก ทั้งภาษาที่ถึงกับอ่านข้ามกันได้ ประเพณีที่เหมือนกันหลายอย่าง และแม้แต่ทรัพยากรทางธรรมชาติ แต่เรากลับ... ต่างกันเหลือเกิน

ส่วนตัวเห็นว่าคนเขาคนเราวิธีคิดเจริญเท่ากัน ความเชื่อเหมือนกัน วัฒนธรรมคล้ายกัน แต่ความเป็นอยู่ของคนบ้านเรากับบ้านเขา... ในภาพรวม... กลับไม่เท่ากัน

มีเพียงสองอย่างเท่านั้นที่ต่างอย่างชัดเจน...​ คือระบบการศึกษา และการที่เรามีในหลวงที่ชื่อ “ภูมิพล”

ในขณะที่เราพยายามต่อสู้ให้การศึกษาฟรีสำหรับคนไทย ที่ลาวในตอนนั้น การศึกษากลับไม่ฟรี และไม่มีแม้แต่กฏฟมายบังคับให้เด็กต้องเรียน... คนที่เรียน... จึงมีน้อย... ในขณะที่บุคคลากรก็มีน้อยยิ่งกว่า ด้วยอัตราเงินเดือนที่แทบเอาไปทำอะไรไม่ได้.

ส่วนในหลวง.... ในหลวงนั้น...

ท่านทำให้เราได้เจอคนที่เก่งมากกกกกกกก ที่คิดเพื่อประเทศ และทำเพื่อประชาชน...อย่างจริงใจ

คนไทยจึงได้ลืมตาอ้าปาก ถนนจึงตัดผ่าน ชลประทานจึงไปหา การศึกษาจึงเข้าถึง ความเจริญจึงมาเยี่ยมเยือน

คนหนึ่งคน... ที่พลิกไร่ฝิ่นเป็นแปลงปลูกผัก ปลูกชา

คนหนึ่งคน... ที่สร้างน้ำส่งถึงทุกแห่งหน

คนหนึ่งคน... ที่พัฒนาชีวิตคนด้วยการพยายามส่งต่อการศึกษาทางไกลให้ทั่วถึง

คนหนึ่งคน... ที่ต่อสู้กับความยากจนด้วยการคิดค้นหลักเศรษฐกิจแบบใหม่

คนหนึ่งคน... ที่ป้องกันประเทศจากคอมมิวนิสต์... ด้วยการพัฒนา

คนหนึ่งคน... ที่ต้องแบกคนทั้งประเทศ... ทุกศาสนา... ทุกชาติพันธ์

เราให้ท่านทำงานหนัก... เหลือเกิน

เป็นครั้งแรกที่ได้คิดอย่างนี้ มันจึง... จุก...

แล้วเราล่ะ ทำอะไรได้บ้างมั้ย... เพื่อแสดงความภักดีต่อท่าน เพื่อผ่อนภาระท่าน เพื่อจะเป็นประชากรที่มีคุณภาพ เพื่อจะช่วยพัฒนาประเทศ

📷

เชียงราย (2012)

📷​​SMXLL📷

เมื่อปี 2012 ฉันได้มีโอกาสไปหมู่บ้านอาข่า บ้านญาติของน้องคนอาข่าที่รู้จักกัน ซึ่งตั้งอยู่ติดชายแดนไทย-พม่า (ติดแบบที่แอบลงไปเหยียบแผ่นดินพม่าแบบไม่รู้ตัวเลย) ของจังหวัดเชียงราย

“คนบนเขา” ที่มีวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อต่างจากเรามากมาย จนเราตื่นตาตื่นใจกับทุกอย่างที่ได้เห็น

ไม่น่าเชื่อเลย... อยู่ใกล้กันแค่นี้

แต่ท่ามกลางไม่คุ้นเคยของประเพณีท้องถิ่น ก็เผอิญหันไปเห็นรูปที่คุ้นตา

ใช่... มันคือรูปในหลวง

บ้านที่ฉันเข้าไปเยี่ยมเพื่อร่วมงานแต่งงาน มีภาพในหลวงเหน็บอยู่บนไม้ผนัง... หลายภาพ เกือบทุกภาพ... เป็นภาพจากตอนที่ท่านเสด็จเยี่ยมชาวเขา ตั้งแต่สมัยยังมีแต่ภาพถ่ายขาวดำ

แล้วฉันจึงจำได้ถึงเรื่องราวที่เคยได้ยิน ...การยอมรับว่ากลุ่มชนเผ่าที่รัฐบาลปฏิเสธการยอมรับในฐานะประชาชนของประเทศ... ว่าเป็นประชาชนของท่าน ...การเดินทางอันแสนทรหดที่ทำให้ท่านต้องป่วย ...การยอมดื่มเหล้าทำเองเพื่อให้เกียรติชาวบ้าน ...การบุกป่าฝ่าดงเพื่อจะได้เห็นด้วยตัวเอง ...ความอันตรายของการลงพื้นที่ในยุคนั้น ...การเสี่ยงชีวิตที่ท่านยอมแลก

เรื่องราวที่เคยเป็นแค่เรื่องเล่า... วันนี้...​ เราได้เห็นของจริง... ผลของสิ่งที่ท่านทำ...​ คน... ที่ท่านดูแล... โดยไม่เกี่ยงศาสนาหรือชาติพันธ์

ฉันนึกถึงบ้านที่เยาวราชของแม่สามี รวมถึงบ้านของคนไทยเชื้อสายจีนในย่านเดียวกัน ที่ต่างก็ประดับบ้านด้วยรูปของท่าน นึกถึงสิ่งที่เรื่องที่ท่านเคยเสด็จไปสำเพ็งกับ ร. ๘ ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีผู้ใหญ่บ้านเมืองคนไหนไปเหยียบ

นึกถึงบ้านตัวเองที่มีทั้งภาพเขียนและประติมากรรมรูปในหลวงประดับไว้ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้พากเพียรและทำเพื่อคนอื่น

เหตุผล... ที่รูปของท่านอยู่ในทุกบ้าน... คือท่านทำให้เราเห็น... ว่าท่านรักเรา... ว่าท่านไม่เคยกลัวลำบาก... ที่จะทำเพื่อพวกเรา... ประชาชนของท่าน

📷

พม่า (2014)

📷​​SMXLL📷

หลังเดินทางเที่ยวย่างกุ้งเมื่อปีก่อนหน้า ฉันและสามีก็ตัดสินใจกลับไปพม่าอีกครั้งในปี 2014 เพื่อเก็บอีกหลายเมืองไกลๆ

การเดินทางในพม่าครั้งนี้ ได้เดินทางข้ามเมืองมากมาย พบเจอเรื่องราวเยอะแยะ คุยกับผู้คนหลากหลาย... รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง

แต่ยิ่งเห็นอะไรต่างๆ ก็ยิ่งรัก ชื่นชม และเทิดทูนในหลวงของไทยเรามากขึ้นไปอีก

พม่ามีภูมิประเทศที่หลากหลาย ทรัพยากรมากมายกว่าเมืองไทย แต่คนยังลำบากอยู่มาก เพราะคนอยู่กันแบบแล้วแต่ธรรมชาติจะให้ ไม่มีใครมาช่วยพัฒนาให้ชีวิตเขาง่ายขึ้น

เราผ่านไปเจอเมืองหนึ่ง พื้นที่ใกล้แม่น้ำมากแต่น้ำมาไม่ถึง จะมีน้ำมาถึงแบบน้ำท่วมเพียงปีละครั้ง เวลาที่เหลือจะแห้งแล้ง ปลูกอะไรไม่ได้จนคนไม่มีกิน มองไปทางไหนก็เห็นแต่ทราย กระบองเพชร และปาล์ม

ถ้าเป็นเมืองไทย ถ้าในหลวงเห็น ไม่นานก็คงมีน้ำผ่าน ชลประทานคงเข้าถึง ในตรงที่น้ำผ่านแค่ปีละครั้ง ในหลวงก็คงทำเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำให้คนมีน้ำใช้ได้ทั้งปี ในที่ซึ่งน้ำผ่านไม่ได้ ในหลวงก็คงจะทำให้ฝนตก ถ้าทั้งน้ำทั้งฝนไม่มี ในหลวงก็คงจะช่วยคิดจนทำให้ของที่มีอยู่ในท้องถิ่นทำอะไรได้

ที่นี่ ตรงที่แห้งมากๆ มีต้นปาล์มขึ้นเต็มไปหมด แต่ชาวบ้านไม่รู้จะทำอะไรกับต้นปาล์ม ก็ได้แต่ตัดเอายางมาดื่มแทนเบียร์และเอาลูกปาล์มที่ไม่ค่อยมีราคาไปขาย

ถ้าที่นี่มีในหลวงอย่างที่เรามี ในหลวงคงจะบอกชาวบ้านใหัเอาปาล์มมาทำน้ำมัน แล้วชาวบ้านก็จะมีกิน และประเทศก็มีพลังงานทางเลือกเพิ่มขึ้นอีก

สมัยที่ในหลวงยังอยู่ ยังแข็งแรง ท่านทำอะไรให้พวกเรามากมาย มากจนเวลาที่เราพูดถึงท่าน เราก็ได้แต่หยิบยกตัวอย่างที่เด่นๆ เท่านั้นมาพูด แต่เราไม่สามารถพูดถึงได้ทุกอย่างในคราวเดียว

และแม้ในวันนี้... ท่านจะไม่ได้อยู่ ไม่สามารถดูแลเราได้เหมือนเดิม

ก็ไม่มีเหตุผลใดเลยที่เราควรจะลืมคนที่ทำเพื่อเรามา

📷 ซีอาน (2016)📷​​SMXLL📷

สามีของฉันเป็นคนไทยเชื้อสายจีนรุ่นที่ 3 ที่มีความอินกับวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์จีนมาก ตลอดเวลาที่คบกัน จึงได้ฟังเรื่องราวต่างๆ รวมถึงเดินทางท่องเที่ยวในประเทศจีน... เป็นประจำ

ปี 2016 ก็เป็นอีกครั้งที่พวกเรากลับไปเที่ยวเมืองจีน ครั้งนี้เราตัดสินใจกลับไปที่ Xi’An (ซีอาน) เมืองหลวงเก่าในยุคที่โคตรรุ่งเรืองของจีน เป็นครั้งที่ 2

ที่นี่... มีถนนเส้นหนึ่งที่เขาประดับถนนทั้งเส้น ด้วยประติมากรรมของศิลปินและนักปราชญ์มากมายที่มาจากซีอาน

นอกจากประติมากรรมที่เขานำมาใช้เล่าเรื่อง ก็ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุ ที่สามารถทำให้เราเห็นประวัติศาสตร์ได้อย่างน่าสนใจ

เราได้เห็นหลักฐานของการพัฒนาบ้านเมืองมากมาย เห็นร่องรอยของความเจริญ ที่เกิดขึ้นได้เพราะกษัตริย์ที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ที่มีเมตตาธรรม ที่ทำเพื่อส่วนรวม เห็นการชื่นชมเชิดชูกษัตริย์ที่เก่งกาจที่ทำเพื่อบ้านเมือง ที่เปิดโอกาสให้คนต่างศาสนา และชาติพันธ์เข้ามาเติบโตด้วยความสามารถ ในขณะที่ทะนุบำรุงศาสนาพุทธจนเจริญมากเช่นกัน

แต่น่าเสียดาย... ที่คนที่นี่ได้แต่เรียนรู้ว่าเขาเคยมีอะไร ว่าเคยเจอกษัตริย์ที่ทำเพื่อประชาชนอย่างไร จากประวัติศาสตร์ในหนังสือและในพิพิธภัณฑ์... เท่านั้น

.

แต่พวกเรา.... พวกเราได้อยู่ได้เจอ ได้อาศัยใต้พระบรมโพธิสมภารของกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ที่ทำเพื่อประชาชน

.

พวกเรา.... โคตรโชคดี

.

กษัตริย์ที่เก่งกาจที่ทำเพื่อบ้านเมือง ที่เปิดโอกาสให้คนต่างศาสนา และชาติพันธ์เข้ามาเติบโตด้วยความสามารถ ในขณะที่ทะนุบำรุงศาสนาพุทธจนเจริญมาก อย่างที่ประเทศเขาเคยมี พวกเราได้สัมผัสด้วยตัวเองแล้วในชีวิตนี้

.

คิดถึงตรงนี้น้ำตาก็ไหลกลางพิพิธภัณฑ์... ไม่มีแล้ว... แต่โชคดีแค่ไหนแล้ว

.

They have to learn from the history, but we had lived it. How fortunate we were...

📷​​SMXLL📷

#Indonesia (2017)

เพราะพ่อสอนให้แบ่งปัน

.

.

”อินดรี (Indri)” ชื่อของเด็กหญิงชาวอินโดนีเซียคนหนึ่ง ที่สามีเผอิญได้เจอระหว่างการทำงานของเบา

.

น้องอยู่กับครอบครัวที่ค่อนข้างลำบาก ยายล้ม... แต่แม่ไม่มีเงินพายายไปรักษา จนยาย... ไม่สามารถเดินได้แล้วในวันนี้ น้องเลยฝันอยากเป็นหมอ เพื่อมารักษายาย แต่.... พ่อที่ขายยาแผนโบราณ และแม่ที่ทำงานโบกรถ มีรายได้รวมกันวันละ 270 บาท...

.

พ่อแม่ของเขา... จึงไม่มีเงินส่งเขาเรียน

.

แต่เราเผอิญได้มารู้ว่าค่าเล่าเรียนของน้องคนนั้น... พวกเรา... ช่วยเหลือได้

.

ไม่ต้องลังเล ไม่มีความกังขาใดๆ พวกเราสองสามีภรรยา... ตัดสินใจกันแน่วแน่ว่าจะช่วยเด็กคนนี้

.

เดือนพฤษภาคม ปี 2017 ในที่สุดก็ได้เดินทางมาเจอน้องที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

.

เราได้รู้เพิ่มเติมว่าอินดรีเรียนได้อันดับ 3 ของโรงเรียน และกำลังจะเข้าเรียนมัธยม เราพบอีกว่าโรงเรียนที่น้องอยู่ยังคุณภาพกลางๆ อาจทำให้โอกาสในการสอบเข้าเรียนแพทย์น้อยลง เราจึงถามถึงโรงเรียนที่ดีกว่า ที่จะทำให้เขาได้รับโอกาสที่มากขึ้น

.

เราบอกเขาว่า King Bhumibol เป็นผู้ที่ชอบช่วยเหลือคนอื่น และเชื่อในการให้โอกาสด้านการศึกษา เราเองก็เชื่อในการศึกษาและอยากช่วยเหลือคนอื่น

.

ด้วยแรงบันดาลใจจากในหลวง ผู้ทรง "ให้" โดยไม่แบ่งแยกชาติพันธุ์หรือศาสนา เราจึงต้องการเดินตามรอยพระบาท แม้ได้เพียงเศษเสี้ยวของที่ท่านเคยทำ... ก็ยังดี

.

เราเลยรับปากว่าหากเขาอยากเป็นหมอ เรา 2 คนจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาจนกว่าจะจบและสำเร็จเป็นหมอ

.

เรารู้..... 12 ปีเป็นเวลาที่ยาวนาน แต่เราสัญญาจะช่วย และเรารู้ว่ามันเป็นไปได้ ก็พ่อของพวกเรายังทำเพื่อพวกเรามาตลอด 70 ปีได้... แค่นี้... ทำไมเราจะทำเพื่อคนอื่นไม่ได้

.

ก่อนจากกัน ก็ให้เขาสัญญาว่าจะตั้งใจเรียน ขยัน และทำตามความฝัน

.

เราบอกเขาว่า... หลังจากนี้อาจมีอุปสรรคต่างๆ เข้ามา แต่ให้อดทนสู้... เพื่อความฝัน และเพื่อครอบครัวของเขา ที่สำคัญคือขอให้เขาจำวันนี้ไว้ และเมื่อวันหนึ่งที่เขามี เราก็อยากให้เขาช่วยคนอื่นต่อไป

.

นี่... คือการแบ่งปันที่พ่อสอน

นี่... คือรอยเท้าที่พ่อทิ้งไว้ให้เราเดินตาม

.

ต่อจากนี้ไป... ก็จะมีพ่อเป็นแรงบันดาลใจ... แล้วจะ “ให้”... จะนึกถึงคนอื่น... เพื่อจะเล่าให้คนรุ่นหลังฟังได้ว่า พ่อของพวกเรานั้น... งดงาม

📷 📷​​SMXLL📷📷📷​​SMXLL📷📷📷​​SMXLL📷


page created and managed by Kal & Co Consultant Co., Ltd.