page created and managed by Kal & Co Consultant Co., Ltd.

Shanghai มีอะไรดีย์

Shanghai เมืองที่สามีตกหลุมรักและสัญญาว่าวันหนึ่งจะพาเราไป 10 ปีต่อมาจึงได้ฤกษ์ได้ยาม จากวันนั้นถึงวันนี้ 3 ปีติดกัน ที่เราคิดถึงและยังกลับไปหา เราเอง... ก็มีใจให้ Shanghai ไม่น้อยไปกว่าสามีเลย Shanghai ออกเสียงสำเนียงจีนกลางว่า ซ่างไห่ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน เป็นเขตการปกครอง

ระดับเขตปกครองพิเศษ อดีตเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมง แต่กลายเป็นเขตเศรษฐกิจเมื่อต่างชาติเข้ามาเช่าทำเป็นเมืองท่า และเริ่มปลูกความเจริญในซ่างไห่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จุดเริ่มต้นที่มีเอกลักษณ์ทำให้ Shanghai มีคาแรคเตอร์ไม่เหมือนที่ใดในจีนเลย เป็นตัวของตัวเอง ชิค stylish และน่าค้นหา เข้ากับความแรดของ 2 เราได้เป็นอย่างดี เอาล่ะ เม้าธ์มอยมามากแล้ววววว ไปดูกันดีกว่าว่าทำไมเรา 2 คนถึงต้องบอกว่า “หว่อเมิน อ้าย ซ่างไห่”

1. Coffee กระแส specialty coffee กำลังมาแรงขึ้นเรื่อยๆ ในบ้านเรา... ที่ Shanghai ก็เช่นกัน เผลอๆ น่าจะมาก่อนเราด้วยซ้ำค่าาาาา และอย่างที่บอกว่าสถาปัตยกรรมที่นี่สวยงามมาก ขุ่นพระ! ร้านกาแฟดีๆ ที่ทั้งหน้าตาดีย์ และกาแฟดีย์ เลยเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด! จะ drip จะ cold brew ทั้งกาแฟท้องถิ่นและนำเข้า หรือต้องการแบบคลาสสิค... ก็ดีงามทั้งนั้น แต่ขอแอบกระซิบเตือนเบาๆ นะคะ ว่ากระแสของแต่ละร้านที่นี่โตไวมั่กๆ ถ้าเป็นคนชอบร้านเงียบๆ เหมือนเอิน ชอบไปร้านประเภท hidden gems ก็ต้องหากันใหม่ทุกครั้งที่ไป เพราะร้านที่เคยไปนั่งเงียบๆ ชิลๆ เมื่อปีก่อน อาจอัดแน่นไปด้วยฝูงมนุษย์ในวันนี้ก็ได้ แต่ถ้าชอบเบียดเสียดกับผู้หน้าตาเกลี้ยงเกลา แนะนำว่าให้ไปวันหยุดค่ะ เช่นวันปีใหม่ คนแน่นได้ใจแน่นอนค่าาาา ผิดกับร้านชา ที่ค่อยๆ โต เอินไปติดกัน 3 ปี ก็ยังนั่งร้านเดิมๆ ได้ เดี๋ยววันหลังมีเวลาจะเอาภาพร้านกาแฟต่างๆ แถมด้วยร้านชาที่เอินและสามีหลงใหลมาฝากนะคะ

2. Fashion

คน Shanghai ขึ้นชื่อว่าแต่งตัวดีมาแต่ไหนแต่ไร กี่เพ้าที่เราเห็นว่าเอ็กซ์ๆ ก็เป็นชุดที่สาวๆ เขาใส่กันสมัยก่อน ผู้ชายเอง ก็คอสตูมแบบเจ้าพ่อเซี่ยไฮ้นั่นไง (กรี๊ดดด) ใส่ overcoat แบบยุโรป พาดผ้าพันคอ หมวก และแว่นดำ เมื่อพื้นฐานมาขนาดนั้น คนซ่างไห่ยุคนี้ก็ไม่น้อยหน้าหรอกค่ะคู้นนนนนน ทั้งผู้หญิงผู้ชาย...​ จัดเต็ม!!!!!!! ผู้ชายที่นี่จะเน้น boutique แบบร่วมสมัย เด็กๆ หน่อยก็มาแนว street ออก hipster หน่อยๆ ส่วนผู้หญิงจะเน้น minimal ค่ะ ชุดเล่น layer สวยๆ แต่หน้าตานี่สิค่ะ เทรนด์ minimal หน้าตาเปลือยเปล่ามาแรงมาก ซึ่งผู้หญิงซ่างไห่ที่มีชีวิตอยู่ในอากาศดีๆ ก็หน้าเกลี้ยงง่ะ ก็รอดดิ หันมาดูเราในกระจก... ค่ะ... ข่าาา...... โบ๊ะเข้าไปค่ะ แป้งผสมรองพื้นที่เตรียมมา คอนซีลเลอร์ด้วย อายไลน์เนอร์ด้วย จัด!


3. วัฒนธรรมผสม

Shanghai เป็นเมืองที่เคยถูกเช่าโดยชาติยุโรปและญี่ปุ่นค่ะ จากหมู่บ้านประมงจึงกลายเป็นเมืองท่าที่เป็นเขตเศรษฐกิจ แน่นอนว่าสิ่งที่มาพร้อมกันด้วยคือวัฒนธรรมต่างๆ ทั้งอาหาร ดนตรี แฟชั่น นักคิด สถาปัตยกรรม ฯลฯ นี่จึงถือได้ว่าเป็นเมืองแห่งการ mix กันทางวัฒนธรรม เป็นที่ซึ่งตะวันตกพบกับตะวันออกอย่างแท้ทรู ซ่างไห่จึงกลายเป็นเมืองซึ่งมีรากไม่เหมือนที่ไหนในจีนเลย และคนที่นี่....จึงขึ้นชื่อว่าหยิ่งและกระแดะไม่มีใครเหมือนทีเดียว แต่เอินที่มา Shanghai ตั้ง 3 ครั้ง เจอผู้คนมาหลากหลาย ก็ไม่รู้สึกว่าคนที่นี่หยิ่งนะคะ แต่มี pride ในการเป็นคนเซี่ยงไฮ้ และวัฒนธรรมเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์สูง แต่ความกระแดะนี่มีนะ สัมผัสได้ แต่เป็นกระแดะลึกๆ เก็บไว้ภายใต้ความเป็นผู้ดีอ่ะฮุอ่ะฮิ อาจเป็นเพราะอย่างนี้ก็ได้ ทั้งที่คนจีนส่วนใหญ่กลับไปค่อยจะเลิฟ แต่กัลยกรและศิลปธรณ์ผู้มี #ธาตุแรด จากภายในสู่ภายนอก จึงถูกชะตากับทั้งคนและบ้างเมืองที่นี่มากกกกก


4. สถาปัตยกรรม ฮั่นแน่ เมืองผสมผสาน ก็ต้องเจอสถาปัตยกรรมผสมผสาน แต่โนวๆๆๆ มันไม่ใช่ตึกน่ารักๆ กระจุ๊กกระจิ๊กแนวโคโลเนียลอย่างบ้านเราค่ะ เมืองจีนต้องเล่นใหญ่ค่าาาาาาา อ่ะ ยกตัวอย่าง ถนนที่ทุกคนต้องไปเดิน

The Bund ถนนเศรษฐกิจริมน้ำ สัญลักษณ์สำคัญของเมือง ที่นี่เต็มไปด้วยตึกใหญ่โตมว๊ากกกกกก ทุกตึกแข่งกันสร้างด้วยความโอ่อ่าไฮโซววว แอนด์สวยงาม ทุกวันนี้ทุกตึกกลายเป็นตึกอนุรักษ์ ในความคุ้มครองของรัฐไปเรียบร้อยแล้วค่ะ นอกจากฝั่งที่เป็นตึกตะวันตกโบราณแล้ว ข้ามฝั่งแม่น้ำเราจะเห็นตึกยุคใหม่สวยแปลกตา แถมตอนกลางคืน ทั้ง 2 ฝั่งจะเปิดไฟย้อมตึกสวยคนละบรรยากาศกับตอนกลางวันเลยค่ะ อีก area คือ French Concession แหล่งฮิปแหล่งใหม่ของ Shanghai ซึ่งจริงๆ มันคือเขตพักอาศัยของคนท้องที่ ที่ฝรั่งนักท่องเที่ยววัฒนธรรม culture travler มาเจอแล้วพบว่ามันฮิปส์มากกกส์ ทุกวันนี้เลยมีร้านกาแฟ ร้านชา ห้องพัก AirBnb น่ารักๆ เต็มไปหมดเยย ถ้าใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศ จากการพักโรงแรมแบบเดิมๆ แนะนำให้ลองหาที่พักย่านนี้ค่ะ เราจะได้อยู่ท่ามกลางชาวซ่างไห่ได้ตื่นมาเห็นคุณลุงซาวข้าว ได้เห็นคุณป้าตากกางเกงในสีแดงหราเหนือทางเดิน เป็นเสน่ห์ในการท่องเที่ยวอีกแบบ




ถนน The Bund ตอนกลางคืน จะมีการเปิดไฟย้อมตึกสวยคนละบรรยากาศกับตอนกลางวันเลยค่ะ


ในย่านชุมชน French Concessionหลบหลีกเสื้อผ้า เสื้อใน... กันให้ดีจ้า

แต่เห็นงิ ตรงนี้ถ่ายรูปสวยนะตัว

5. ศิลปะ contemporary

อ๊ากกกกสสสสสสส แค่พูดชื่อหัวข้อนี้มา เนิร์ดศิลปะแบบเอินก็แทบจะแปลงร่าง คืองิๆๆๆ หลายคนอาจยังไม่รู้ ว่าศิลปะร่วมสมัยของจีนนั้นไปไกลมานานแล้ว จีนผลิตศิลปินเจ๋งๆ ไปสู้กับระดับโลกหลายคน และเมืองหลงงของศิลปะร่วมสมัยของจีนก็อยู่ที่....ทา..ด๊า........... Shaaaanghaaaaaaai จ้าาาา หอศิลป์ร่วมสมัยทั้งเล็กใหญ่จึงมีเต็มเมือง แนะนำว่าถ้าเป็นคนอินกับศิลปะ อยากให้ไปที่ซึ่งเรียกว่า M50 District บนถนน Moganshan (โม่ กาน ชาน ลู่) ที่นี่เป็นแหล่งรวมงานจากศิลปินมากมาย บางคนใช้ที่นี่เป็นสตูดิโอในการสร้างงานด้วย ดังนั้น เราจะได้ทั้งชมงาน ได้ชมทั้งลีลาของศิลปิน แต่แน่นอนค่ะว่ามีงานเยอะขนาดนี้ ก็จะมีทั้งศิลปินที่รู้สึกว่าเฉยๆ แต่เชื่อเถอะว่ามีเจ๋งๆ ไม่น้อยเช่นกัน เผื่อเวลาไว้สักครึ่งวัน เสพศิลป์กันให้อิ่มไปเล้ยยยย



กำแพงกราฟฟิตี้เหมาะกับการถ่ายรูป



6. อาหาร มีใครเคยกินเสี่ยวหลงเปามั้ยคะ? (แอบบอกว่าที่นี่เขาไม่เรียกเหมือนบ้านเรานะคะ เขาเรียกว่า “ทังเปา” ซึ่งแปลว่าเปาหรือแป้งห่อซุปค่ะ) บะหมี่แห้งเส้นเล็กๆ ล่ะคะ? เกี๊ยว? นั่นแหล่ะ! อาหารขึ้นชื่อของที่นี่ล่ะ ถ้าหรูขึ้นมาหน่อยก็จะเป็นอาหารขึ้นภัตราคาร ซึ่งเมนูเด็ดก็คือเนื้อทั้งหลาย เช่นหมูแดง ซึ่งสูตรที่นี่จะไม่เหมือนบ้านเรานะคะ เนื้อหมูจะสดกว่า นิ่มกว่า หอมหวาน และที่ห้ามพลาดเด็ดขาดถ้าได้มาเยือนซ่างไห่ คือไก่ต้ม..... กินกับซีอิ้ววววววววว ฟังดูง่ายเนอะ แต่อร่อยจริงจังค่ะทุกโค้นนนน นี่ไปกัน 6 คน สั่งกันทีละ 2 จานทุกวันก็ไม่เบื่อ นอกจากอาหารท้องถิ่นจะอร่อย อาหารฝรั่งก็ดี ขนมเค้กก็ได้ อาหารอินเดียก็มี อาหารไทยก็หาง่าย แถมผลไม้... โอ้ยยย... ผลไม้ดีย์ลูกสตรอเบอรี่ผลหญ่ายยยยยหวานจับใจ แถมราคายังไม่โหดร้ายอีกด้วย เอาเป็นว่าถ้าได้ไป Shanghai แนะนำให้ลดน้ำหนักไปรอก่อนค่ะ เพราะได้กินกระหน่ำแน่นอน ของเขาอร่อยทุกอย่างชริงๆ



7. อากาศ Shanghai เป็นเมืองติดทะเล ติดภูเขา และมีแม่น้ำผ่าน อุณหภูมิเลยค่อนข้างดี มี 4 ฤดูเหมือนยุโรปที่สำคัญคือมีลมแม่น้ำและลมทะเล คอยกำจัดฝุ่นควัน อากาศเลยใช้ได้ หน้าหนาวอากาศจะไม่หนาวจัดเกินไป (ไม่เหมือนซีอาน..​ บรื๋อส์) อยู่สบายๆ หนาวหน่อยๆ ประมาณ 10+ องศา หน้าร้อนมากมีเดือนเดียวค่ะ คือเดือนกรกฏาคม ที่อุณหภูมิจะพุ่งขึ้นสูงถึงประมาณ 37 องศา เดือนที่เหลือ... สบาย... สวยๆเหมาะให้คนสวยอย่างเราแต่งตัวตามฤดูกาล


เอินไปหน้าหนาว ต้นเมเปิ้ลจะผลัดใบได้บรรยากาศสวยอย่างงิเลยยย


มีตึกสวยๆ ให้ดูทั้งเมือง

หลบอากาศเย็น

ที่นี่มีร้านให้ช๊อปหลายย่านเลยค่ะ


หรือจะไปช๊อปในห้างก็ได้ห้างที่นี่เดินเพลินอยู่ แต่กันเสียสวยเลย

สรุปๆ Shanghai คือเมืองใหญ่แสนเจริญที่อยู่ไม่ไกล มีความไฉไลหลายประการ ได้เที่ยวทั้งวัฒนธรรมจีน และวัฒนธรรมใหม่ มี facility พร้อม ตึกเจริญตา กาแฟดีย์ เอย!

เอินเองยังคิดว่าไปได้อีกเรื่อยๆ แค่ 3 ยังไม่ค่อยพอเลย ^_^ ลองไปสิ... แล้วจิรู้วส์! เอาล่ะ คราวหน้าเอินจะเอาเมืองอะไรมาเล่าให้ฟัง อย่าลืมติดตามกันนะค้าสสสสสสสสสสส์ Au revoir!




#Boujourโลกที่ใหญ่กว่า #ธาตุแรด #แรดไลฟ์สไตล์ #VoyageinShanghai

หมายเหตุ :: ขออนุญาตเอารูปจาก 3 ปีมายำรวมกันนะคะ