page created and managed by Kal & Co Consultant Co., Ltd.

February 28, 2018

Please reload

Recent Posts

Brand Experience

February 28, 2018

1/10
Please reload

Good Read

Naming Your Brand the "Out" Ways

June 29, 2016

เคยสัญญาไว้ว่า เมื่อมีเวลาจะมาขยายเรื่อง “ชื่อ” ให้ฟัง ดังนั้นวันนี้ขอทำตามสัญญาค่ะ โดยจะเริ่มที่การเอาหลักการตั้งชื่อแบรนด์ที่โคตร out มาชำแหล่ะให้ฟังกันค่ะ

1. การตั้งชื่อที่ความหมายดี

 

ทั้งเจริญ ทั้งรวย ทั้งงอกงาม ทั้งสมานสามัคคี มีสุขเสรีสันติภาพและความร่มเย็น เต็มไปด้วยขุมทรัพย์และความสำเร็จที่มั่นคง

 

ในความเป็นจริงคือ....
คนทำธุรกิจทุกคนต่างก็ต้องการประสบความสำเร็จ และคำศัพท์ภาษาไทย อังกฤษ หรือแม้แต่ภาษาจีน ที่มีความหมายในทำนองนี้ก็มีอยู่จำกัด สุดท้ายจึงมีแบรนด์มากมายที่ใช้ชื่อซ้ำกันหรือคล้ายกัน

 

ประโยชน์อะไรกับการมีชื่อซ้ำกับคนอื่น!!!

2 การตั้งชื่อที่ความหมายผูกติดกับธุรกิจ

 

มันทำให้เรามีกรอบในการคิดชื่อที่แคบไป และในการทำแบรนด์ปัจจุบันนั้น คุณไม่จำเป็นต้องผูกชื่อแบรนด์ติดกับประเภทสินค้าหรือบริการของคุณ (ยกเว้นในบางกรณีเท่านั้นที่จำเป็น) เพราะถ้าคุณทำแบรนด์ได้เจ๋งพอคุณก็ สามารถใช้ชื่อเดียวนั่นแหล่ะขยายไปทำสินค้าหรือบริการอื่นได้ โดยไม่ต้องเหนื่อยสร้างแบรนด์ใหม่ด้วยซ้ำ

 

ประโยชน์อะไรกับการต้องสร้างแบรนด์ใหม่ทุกครั้ง ทั้งที่มีวิธีต่อยอดจากแบรนด์เดิมได้!!!

3. การตั้งชื่อที่สวยงาม

 

โดยการใช้แต่ศัพท์บาลีสันสกฤตเลิศหรู ที่เอื้อมไม่ถึง สะกดยาก เรียกยาก อ่านแล้วไม่เข้าใจ

 

ประโยชน์อะไรกับชื่อสวยงามที่คนจำไม่ได้!!!

4. การตั้งชื่อเป็นภาษาต่างประเทศ... แค่เพื่อให้มีชื่อเป็นภาษาต่างประเทศ

 

ยุคหนึ่งคนฮิตตั้งชื่อภาษาญี่ปุ่น ยุคหนึ่งคนฮิตตั้งชื่อภาษาอังกฤษ ยุคหนึ่งคนฮิตตั้งชื่อภาษาเกาหลี แต่.... คนไทยพูดภาษาไทยเป็นหลัก

 

ดังนั้น หากเราไม่มีเหตุผลที่ดีพอในการใช้ภาษาต่างประเทศ (เช่น เราต้องการอารมณ์ฝรั่ง
เพราะ mood & tone เราเป็นแบบนั้น) เราก็ไม่จำเป็นต้องฝืนตั้งภาษาต่างประเทศเลยค่ะ โดยเฉพาะถ้ากลุ่มเป้าหมายเราไม่ใช่คนถนัดภาษาอื่น

 

ประโยนชน์อะไรกับการตั้งชื่อที่กลุ่มเป้าหมายออกเสียงไม่ได้!!!

5. การเปลี่ยนตัวสะกดเล็กน้อยเพื่อให้มันแตกต่าง

 

ยุคหนึ่งคนฮิตเปลี่ยนตัวสะกด จาก c เป็น k หรือจาก s เป็น z เพราะรู้สึกว่ามันแตกต่าง แต่บอกตรงๆ ว่าเราได้ข้ามผ่านวันเวลาเหล่านั้นมานานมากแล้ว มันจึงไม่เท่ และเชย และดูไม่มีกระบวนการคิดที่ชัดเจน

 

ประโยชน์อะไรกับการเชย!!!

หลายคนคงเริ่มถามว่า นี่ก็ out นู่นก็เชย นี่ก็ไม่เหมาะ แล้วจะเริ่มตรงไหนดีล่ะ!!!!

ไปอ่านใน article: Naming a Brand ที่เอินเขียนไว้ได้เลยค่า

 

 

I say it because I care,

 

 

 

 

Brand & Design Consultant

 

 

 

 

Please reload

Follow Us