page created and managed by Kal & Co Consultant Co., Ltd.

February 28, 2018

Please reload

Recent Posts

Brand Experience

February 28, 2018

1/10
Please reload

Good Read

JAKARTA AND ITS DIVERSITY (Kalyakorn's Footsteps in Jakarta #3)

July 17, 2016

ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ทำให้ประเทศอินโดนีเซียมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร แต่ในขณะเดียวกันก็กลายเป็นอุปสรรคของนักการตลาดและนักแบรนด์ดิ้งหลายคน

เอินได้มีโอกาสใช้วันหยุดยาวบินมาหา Mentor Joh ที่จาการ์ตา แม้ครั้งนี้จะมาแค่ 3 วัน แต่ก็เป็น 3 วันที่ได้เห็นอะไรหลากหลายเลยค่ะ เพราะแทบไม่ได้ไปสถานที่ท่องเที่ยวเลย 55555 แต่กลับได้ไปเดิน “สำรวจตลาด” กับ Mentor Joh เสียมากกว่า คือได้ไปในที่ซึ่งคนท้องถิ่นที่นี่ไปเดิน ได้เห็นสิ่งที่คนซื้อ สิ่งที่คนกิน สิ่งที่คนใช้ สถานที่ๆ คนอยู่ ได้เห็นพฤติกรรมผู้บริโภคที่จะว่าคล้ายคนไทยก็คล้าย แต่ทั้งที่คล้ายก็กลับแตกต่างกันมาก นอกจากนั้นยังได้ไปลองเดินสำรวจย่านคนมีตังค์ รวมไปถึงการไปเดินสำรวจในงาน Jakarta Fair (คล้ายงานกาชาดของบ้านเรา) มาด้วย จึงได้เห็นจาการ์ตาในหลายแง่มุมเลยทีเดียว

เสียดายอยู่อย่างเดียว... อุตส่าห์ซื้อกล้องใหม่มา อุตส่าห์ชาร์จแบตไว้รอตั้งแต่ตอนกลางคืน และอุตส่าห์แพ็คเลนส์อีกตัวใส่กระเป๋าเตรียมไว้ ....แต่ดันลืมเอากล้องมา (-_-)

โทษใครไม่ได้เลยทีเดียว

 

เอาล่ะ มาว่ากันที่จาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซียกันดีกว่า

อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชาติพันธ์สูงมากค่ะ ตามข้อมูลที่เคยมีคนสำรวจไว้ พบว่าประเทศนี้ประกอบไปด้วย 300 กว่า ethinic groups (หรือเผ่าพันธ์) มีภาษาท้องถิ่นอยู่กว่า 500 ภาษา

 

เอาจริงๆ ค่ะ ถึงแม้ยุคนี้ คนท้องถิ่นดั้งเดิมจะเริ่มกลืนเข้าหากันมากขึ้น ก็ยังมีการแบ่งแยกระหว่างชาวอินโดและคนชาติพันธ์อื่นอยู่ เช่น คนเชื้อชาติจีน

 

ความแตกต่างนี้เริ่มตั้งแต่รูปร่างหน้าตา วัฒนธรรมเรื่องครอบครัว วัฒนธรรมการแต่งตัว ศาสนา ภาษาที่ใช้ ไปตลอดจนอาหารที่รับประทานกัน

 

ยกตัวอย่างเช่น ในร้านอาหารท้องถิ่นที่มีแบรนด์ มักต้องมีอาหารทั้งแบบอินโดและแบบจีน ซึ่งตอนแรกเอินไม่เข้าใจว่าทำไม เพราะถ้าเราว่ากันตามตำราของการทำแบรนด์แล้วความชัดเจนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ในทางกลับกัน โดยปกติถ้าร้านเห็นร้านอาหารมีอาหารหลายแบบ (ไม่นับร้านแนว fusion นะคะ) แสดงว่ามีความพยายามเพิ่มยอดขาย โดยการเพิ่มความหลายหลายเพื่อกวาดเอาใจลูกค้าหลายกลุ่ม target ...ซึ่งมักเป็นสัญญาณเตือนถึงอันตรายที่บ่งบอกว่า แบรนด์คุณกำลังแย่


แต่ทฤษฎีนี้ยังใช้ที่จาการ์ตาในยุคปัจจุบันไม่ได้ค่ะ ถ้าคุณไม่ใช่ร้าน high ที่ขายอาหารตะวันตก (เช่นร้าน Union ที่เอินไปลองทาน) หรือร้านข้างทางที่ขายก๋วยเตี๋ยวและข้าวแกง คุณต้องมีอาหารทั้ง 2 แบบ เพราะแม้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศจะเป็นคนเชื้อสายอินโด แต่คนชนชั้นกลางที่มีกำลังจ่ายส่วนมากเป็นคนเชื้อสายจีน

ที่สำคัญคือ จากประสบการณ์ตรงที่เห็นด้วยตัวเองนะคะ (ถ้าตรงนี้เข้าใจผิด ผู้รู้จะแก้ไขอะไรก็ยินดีค่ะ) คนอินโดทานอาหารอินโด คนจีนทานอาหารจีน มีน้อยโต๊ะมากที่จะ cross over กัน ...แสดงว่ารสลิ้นไม่เหมือนกัน
 

ยิ่งไปกว่าเรื่องรสลิ้นคือ มันเป็นธรรมชาติมากที่คนซึ่งมาจากต่างเชื้อชาติและต่างศาสนาจะมีวัฒนธรรม มีวิธีคิด วิธีพูด คติความเชื่อ ธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ และวิธีเสพสิ่งต่างๆ ไม่เหมือนกัน ดังนั้น รสนิยมของคนแต่ละกลุ่มก็ย่อมแตกต่างกันไปโดยปริยาย การพัฒนาสินค้าให้ถูกใจผู้บริโภคและการสื่อสารเพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมายจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

 

ท่ามกลางการหาข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคของคนที่นี่ นักการตลาดและนักแบรนด์ดิ้งจึงต้องปวดหัว เช็คแล้วเช็คอีก และเช็คกับกลุ่มคนให้หลากหลาย คนหนึ่งว่าอย่างนี้ อีกคนซึ่งมาจากคนละ background ล่ะว่าอย่างไร เพื่อจะแน่ใจได้ว่ามาถูกทางแล้ว

 

ดังนั้น แม้ประเทศอินโดนีเซียจะมีประชากรมาก ซึ่งแปลว่าตลาดใหญ่มาก ใหญ่จนน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติ แต่ปัญหาคือ ความแตกต่างนี้เองที่ทำให้การทำแบรนด์และการตลาดที่อินโดนีเซีย... หิน...​ มาก....

 

 

อ่านบทความอื่น คลิ๊กที่นี่  |  อยากรู้จักกัลยกร คลิ๊กที่นี่
อ่านเรื่องราวจากจาการ์ตาตอนต่อไป คลิ๊กที่นี่  |  ​ดูคลิปเกี่ยวกับจาการ์ตา คลิ๊กที่นี่

 

 

 

 

 

 

 

Please reload

Follow Us