page created and managed by Kal & Co Consultant Co., Ltd.

February 28, 2018

Please reload

Recent Posts

Brand Experience

February 28, 2018

1/10
Please reload

Good Read

JAKARTA FAIR 2016 (Kalyakorn's Footsteps in Jakarta #5)

July 20, 2016

 

งานจาการ์ตาแฟร์เป็นงานใหญ่ประจำปีของจาการ์ตาค่ะ พูดง่ายๆ ก็คล้ายงานกาชาดบ้านเรา ที่สินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหลายจะออกบู๊ธจัดโปรโมชั่นกันใหญ่โต ความแตกต่างคือ งานกาชาดบ้านเรามีแค่ 9 วัน แต่ของเขาลากกันยาว 38 วันเลยทีเดียว

 

ดังนั้น แม้คนจะมากันเยอะเรื่อยๆ แต่จะไม่อัดแน่นเต็มพื้นที่แบบเรา ทำให้สามารถเดินดูนู่นนี่เพลินๆ ได้ ที่สำคัญคืออากาศบ้านเขาไม่ร้อนเท่าบ้านเรา เลยเดินสบายกว่าเยอะเลยค่ะ และพบประเด็นน่าสนใจที่อยากเอามาแบ่งปันค่ะ

 

 

High Competition in Food & Beverage Industry

 

ตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่นี่ แข่งขันกันหนักมาก จะสังเกตได้จากการทำซุ้มออกงานที่เห็น ถ้าเป็นเมืองไทย บูธหรูหราอลังการ มักมากับแบรนด์สินค้าที่มีราคา เช่น แบรนด์รถยนต์ในงานมอเตอร์โชว์ แบรนด์สีทาบ้านในงานสถาปนิก ถ้าเป็นแบรนด์อาหารและเครื่องดื่ม ก็ต้องเป็นแบรนด์ที่ใหญ่มากๆ ซึ่งมีกำลังจ่ายสูง เช่น สิงห์ CP หรือสหพัฒน์ แต่แบรนด์อื่นจะไม่สู้ด้วย

ซึ่งแตกต่างจากที่นี่มากค่ะ ทุกคนประโคมกันแรงมากค่ะ

Mentor Joh บอกว่าเพราะที่นี่ ถึงแม้คุณจะเป็นแบรนด์ขนาดกลาง หากเทียบกับ SME ประเทศไทย ก็ยังใหญ่กว่ากันเยอะ เพราะคนเขาเยอะมากนั่นเอง

 

 

 

Create Awareness with Penetration

 

ด้วยความที่เขาแข่งขันกันมาก การจะสร้าง awareness (การเป็นที่รู้จัก/การรับรู้แบรนด์) ให้แบรนด์ของตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ที่แบรนด์ที่นี่ชอบใช้ในการสร้าง awareness คือการกระจายตัว

...หมายความว่า นอกจากจะทำซุ้มให้เด่นแล้ว ยังต้องกระจายให้ได้เยอะ เหตุผลง่ายๆ คือเพราะบริเวณงานมันกว้าง ดังนั้น การกระจุกตัวอยู่จุดเดียวใหญ่ๆ ไม่ได้แปลว่าคนจะเห็นเราครบ หลายแบรนด์จึงเลือกใช้การทำบู๊ธให้เล็กลง แต่มีดักอยู่ทุกมุม ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็เจอ ....เรียกได้ว่า คล้ายกับวิธีการกระจายสาขาของ 7/11 ในเมืองไทยเลยค่ะ

 

 

 

Promotion Addicts

 

ยังไม่มีการแข่งขันกันด้วย differentiation หรือการทำตัวเองให้แตกต่างอย่าง พูดง่ายๆ คือยังไม่ค่อยมีใครทำแบรนด์ ดังนั้นถ้าเราสังเกตจะเห็นว่าวิธีการตั้งชื่อ สี ci ที่ใช้ งานออกแบบอื่นๆ ดูคล้ายกันมาก แล้วถามว่าเขาสู้กันด้วยอะไรล่ะ ....เท่าที่เห็นนะคะ ทุกคนกระหน่ำกันด้วยโปรโมชั่น ราคา และฟังก์ชั่น

สิ่งที่น่ากลัวคือมันทำให้คนค่อนข้างเสพติดโปรโมชั่นมาก ถ้าไม่ลดราคา คนก็ไม่เข้า หรือถ้าลดน้อยไป คนก็ไม่สน โปรหนักๆ ประเภทซื้อ 2 แถม 1 จึงถูกใช้กันอย่างถ้วนทั่ว ตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภค ไปจนถึงแบรนด์แฟชั่นอย่าง Mark & Spencer

 

 

Only Meaningful Activity is Good Activity

 

หลายๆ แบรนด์ที่ไม่รู้จะทำให้คนหันมาสนใจบูธตัวเองยังไง ก็พยายามเอา “เกม” มาใส่ไว้ในบูธ ซึ่งเกมที่ได้รับความนิยมมากคือ “วงล้อเสี่ยงโชค” แต่ปัญหาคือ มันมักไม่เกี่ยวกับสินค้าหรือแบรนด์เลย แถมหลายบูธก็ใช้เหมือนกัน สรุปแล้วก็เลยเป็นกลยุทธ์ที่ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จ

ดังนั้น การใช้กิจกรรมเพื่อดึงดูดคนไม่ใช่เรื่องผิด และเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่นิยมมากด้วย แต่ต้องออกแบบกิจกรรมให้ดี ให้มันเกี่ยวข้องกับแบรนด์ให้ได้ ถึงจะเป็นกิจกรรมที่มีความหมาย

 

 

Thai Brands Go Global

 

สิ่งที่ดีใจคือ ท่ามกลางแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์จากประเทศต่างๆ มากมาย ได้เดินไปเจอบู๊ธของแบรนด์ไทยอยู่ 2 แบรนด์ ที่ทำให้คนไทยอย่างเราภูมิใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว คือ CP ที่ใช้ชื่อแบรนด์ที่นี่ว่า Fiesta ต่อสู้ได้สมน้ำสมเนื้อมาก สร้าง awareness ได้ดี มีคนอินโดมาเยี่ยมจนบู๊ธแน่นเกือบตลอด สามารถครองใจคนท้องถิ่นได้อยู่หมัดทีเดียว และอีกแบรนด์คือ Ichitan ซึ่งถือว่าเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเปิดตลาด ที่แม้จะยังไม่คุ้นกับตลาดจาการ์ตา แต่ก็เรียกได้ว่าต่อสู้ได้ดุเดือดพอตัว จนบู๊ธข้างเคียงดูเงียบไปเลย

 

Go Thai brands! Make Thailand proud!!!!

 

อ่านบทความอื่น คลิ๊กที่นี่  |  อยากรู้จักกัลยกร คลิ๊กที่นี่  |  ดูคลิปจาก Jakarta Fair 2016 คลิ๊กที่นี่
อ่านเรื่องราวจากจาการ์ตาตอนเก่า คลิ๊กที่นี่  |  ​ดูคลิปเกี่ยวกับจาการ์ตา คลิ๊กที่นี่

 

 

 

Please reload

Follow Us