page created and managed by Kal & Co Consultant Co., Ltd.

February 28, 2018

Please reload

Recent Posts

Brand Experience

February 28, 2018

1/10
Please reload

Good Read

5 บทเรียนแบรนด์ดิ้งจาก Kawah Ijen และ Bromo

August 14, 2016

 

อย่างที่เล่าให้ฟังว่าการไปเที่ยวทะเลสาบกำมะถันและภูเขาไฟโบรโม่นั้น ทำให้เอินได้รู้จักตัวเองมากขึ้น และเห็นเลยว่าตัวเองหลงใหลเรื่องแบรนด์แค่ไหน เพราะเมื่ออยู่ที่ไหน เจออะไร เอินก็ชอบหยิบจับมานั่งวิเคราะห์ในบริบทของแบรนด์ทั้งสิ้น เพราะสุดท้ายแล้ว แบรนด์เป็นเรื่องของคน ความรู้สึก และวัฒนธรรม ดังนั้น ทุกที่ที่ได้ไป คนทุกคนที่ได้พูดคุย และประสบการณ์ทุกอย่างที่ได้พบเจอ คือครูที่ดีสุดของเอิน

 

เลยลองเรียบเรียงสิ่งที่ได้เจอออกมาเป็นบทเรียนต่างๆ เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านค่ะ

 

 

1. “If you’re not a brand, you are a commodity.”

      ถ้าคุณไม่ใช่แบรนด์ คุณก็คือสินค้าทั่วไป

 

คำกล่าวนี้ของเทพเจ้าแห่งการตลาดอย่าง Philip Kotler โคตรจริงเสมอ ยกตัวอย่างนะคะ วันที่เอินไปปีนปากปล่องภูเขาไฟ Bromo ตรงบริเวณตีนเขาจะมีแผงขายดอกไม้ป่าอยู่ 2-3 ร้าน ซึ่งหน้าตาทุกร้านเหมือนกัน นอกจากดอกไม้แล้วยังมีแผงขายน้ำและมาม่าอยู่อีก 3-4 ร้าน ซึ่งทุกร้านก็หน้าตาเหมือนกันหมดเช่นกัน คือมีโต๊ะวางอยู่หนึ่งตัว บนโต๊ะจะมีสินค้า ทั้งเครื่องดื่มและมาม่า วางโชว์เรียงเป็นชั้น และมีม้านั่งยาวเตี้ยๆ ตั้งอยู่รอบโต๊ะทั้ง 3 ด้าน นอกจากการจัดร้านจะเหมือนกันแล้ว แม้แต่แม่ค้าก็แต่งตัวเหมือนกันอีกด้วย แถมต่างคนต่างก็นั่งไป ไม่มีใครหันมาพูดคุยหรือสื่อสารอะไรกับนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมาเลย

 

อย่างนี้แปลว่า แม่ค้าทุกคนนั้นแข่งกันด้วย location หรือสถานที่ตั้งร้าน (ซึ่งก็อยู่ติดๆ กัน) และดวงเท่านั้น ทั้งที่ในการทำธุรกิจแล้ว มีเครื่องมืออีกมากมายให้เลือกใช้เพื่อให้เราได้เปรียบในการแข่งขัน และหนึ่งในเครื่องมือเหล่านั้นคือ brand

 

ถ้าวันนั้นมีใครสักคนที่ลุกขึ้นมาสื่อสารด้วยวิธีที่แตกต่าง จะด้วยคำพูด ท่าทาง การแต่งตัว หรือการตกแต่งร้านที่มีเอกลักษณ์ เป็นตัวของตัวเอง และถูกใจเป้าหมายซึ่งคือนักท่องเที่ยว คนนั้น... จะกลายเป็นคนที่ไร้คู่แข่งทันที

 

 

 

2. Customer experience is always your priority.

     ประสบการณ์ของลูกค้าสำคัญกว่าอื่นใดเสมอ

 

อย่างที่ได้เล่าไปในโพสต์เมื่อวันก่อน ว่าทริป Kawah Ijen - Bromo นั้นเป็นทริปแสนโหด ทั้งในด้านการใช้ร่างกายและความเสี่ยงตายหลายประการ และมันไม่ใช่แค่สำหรับเอินแน่นอน แต่... ทั้งที่แสนจะเหนื่อย แสนจะลำบาก และแสนจะเสี่ยงตาย ...ทำไมนักท่องเที่ยวมากมายจึงยังหลั่งไหลมาไม่หยุด

 

คำตอบที่เอินได้คือคำว่า “customer experience” ซึ่งแปลว่า “ประสบการณ์ของลูกค้า”

 

ลองคิดง่ายๆ นะคะ ว่าถ้าสิ่งที่เอินได้อ่านหรือภาพที่เอินได้เห็นเกี่ยวกับ Kawah Ijen และ Bromo นั้นมีแต่เรื่องเลวร้ายของประสบการณ์ที่ได้เจอ หรือความไม่คุ้มค่าต่อความเหน็ดเหนื่อย เงิน และเวลาที่ทุ่มเทลงไป ....เอินและเพื่อนๆ จะอยากไปมั้ยคะ ...แน่นอนว่า “ไม่” ใช่มั้ยคะ