page created and managed by Kal & Co Consultant Co., Ltd.

February 28, 2018

Please reload

Recent Posts

Brand Experience

February 28, 2018

1/10
Please reload

Good Read

ปั้นแบรนด์ สร้างยอดขาย ด้วย signature menu

September 5, 2016

 

 

ร้าน Daddy’s Antiques เป็นร้านกาแฟสุดฮิปของเชียงใหม่ อยู่ในบริเวณโรงแรม San Pareni โรงแรมบูทีค ราคาเฟรนด์ลี่ ที่มีสถาปัตยกรรมแบบยุโรปซึ่งสวยเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งไม่มีใครในเชียงใหม่เหมือนเลย ตัวร้านกาแฟเองตกแต่งในสไตล์ industrial สวยงามตามสมัยนิยม มีจุดเด่นที่ของตกแต่งซึ่งเป็นของเก่าสะสมของคุณพ่อ ตัวโลโก้หรืองานออกแบบต่างๆ ก็สวยและมีเสน่ห์ ยิ่งบวกกับภาพถ่ายฝีมือคุณนัทซึ่งเป็นผู้บริหารด้วยแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจเลย... ที่พอใครเห็นรูปแล้วก็รู้สึกว่าต้องมา

แต่เท่านั้น.... แบรนด์ก็ยังไม่สมบูรณ์ค่ะ

 

หลังนั่งพูดคุยกับคุณนัท และได้สำรวจ ทั้งตัวโรงแรมและร้านกาแฟ รวมไปถึงการหาข้อมูลคู่แข่งเจ้าอื่น และศึกษาพฤติกรรมกลุ่มลูกค้าของร้านเองอยู่ 2 วัน ก็พบว่า Daddy’s Antiques นั้นยังมีสิ่งที่ขาดอีกหลายจุด

 

หนึ่งในนั้นคือ signature menu ที่มาจาก D.N.A.

 

เราเลยต้องนั่งแงะ D.N.A. กันจนพบว่าคุณนัทเป็นผู้ชายนักเรียนนอก ที่รักการถ่ายภาพ มีความเท่ เป็นคนใจป้ำ และมีความสนุกสนานและเป็นกันเอง .....ซึ่งแน่นอนว่า D.N.A. เหล่านี้ก็สะท้อนกลับมาที่แบรนด์ด้วย

 

แล้วเราจะเอาสิ่งเหล่านี้มาสร้างเป็น signature ยังไงล่ะ

 

บอกตรงๆ ว่านี่คือจุดที่ยากและต้องอาศัยประสบการณ์ด้านครีเอทีฟในการแปร D.N.A. เหล่านี้ให้กลายเป็นกลยุทธ์ที่จะพัฒนางานออกแบบโลโก้ การตกแต่ง การสร้างบรรยากาศ การบริการ และรวมไปถึงการพัฒนาสินค้า ให้สามารถสะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้

 

สำหรับกรณีของ Daddy’s Antiques นั้น เอินพบว่าคุณนัทเป็นคนที่ถนัดในเรื่องเมนูของหวาน จึงบอกไปว่า “ถนัดอะไรก็ทำอย่างนั้น” ไม่จำเป็นต้องฝืนเลย และให้โจทย์ว่าให้พัฒนา signature menu ใหม่อย่างน้อย 2 เมนู โดยที่ต้องเกี่ยวกับขนมและต้องมีความ young คือไม่ต้องสนใจเรื่องรสชาติละเอียดลึกซึ้ง แต่ต้องหวือหวา สะใจ และถ่ายรูปสวย และที่สำคัญมาก.... ต้องเป็นของที่ดูฝรั่ง ให้สมกับความเป็นนักเรียนนอกตาม D.N.A.

 

ผ่านไป 1 เดือน คุณนัทกลับมาเล่าให้ฟังด้วยความตื่นเต้นว่าเขาสร้าง signature menu ของเขาได้แล้ว แถมมันยังเป็นเมนูที่สร้างปรากฏการณ์ใหญ่โตให้กับแบรนด์ของเขาเลยทีเดียว

 

เขาให้ชื่อเมนูนี้ว่า “Rusty Giant Jar” ซึ่งเป็นโกโก้นำเข้าจากต่างประเทศมาปั่นรวมกับโอริโอ้ ราดด้วยวิปครีม โรยด้วย cookie crumbs และสร้างความสะใจโดยการเอาไอติมปักลงไปทั้งแท่ง!

 

เอาเซ่!!!

 

นี่คือประสบการณ์ความสะใจที่แบรนด์อื่นไม่กล้าทำ แต่ Daddy’s Antiques ทำได้และทำให้ลูกค้า

 

 

เชื่อมั้ยคะ ว่าพอโพสต์ภาพเมนู “Rusty Giant Jar” ลงไปในเพจเฟซบุ๊คของ Daddy’s Antiques แค่คืนเดียว ยอดไลค์โพสต์ก็พุ่งขึ้นเป็น 1,374 likes และ engagement ก็พุ่งขึ้นไปเรื่อยๆ พร้อมกับยอด organic reach ที่แตะ 100,000+ ภายในเวลาไม่นาน

 

โดยที่ไม่มีการ boost post เลย!!!!!

 

 

แน่นอนค่ะ ว่าหลังจากนั้นลูกค้าก็ไหลมาเทมา และแน่นอนว่าพอตัว product หรือตัวเมนูมันดีจริง คนก็บอกต่อกันไปจนเกิดเป็นกระแสใน social network

 

จากการจุดกระแสในวันนั้นและการสร้างสรรค์ menu ที่ถูกใจกลุ่มเป้าหมายออกมาอย่างต่อเนื่อง

ยอดขายของ Daddy’s Antiques จึงพุ่งทะยานขึ้น 7 เท่า! ภายในเวลา 3 เดือน!

แม้มันอาจฟังดูหวือหวา และผลตอบรับจะเกิดคาดมหาศาลขนาดนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความโชคดีหรือเป็นปาฏิหาริย์เลยค่ะ

 

นี่คือการใช้กลยุทธ์ด้านแบรนด์ดิ้งมาพัฒนาสินค้า เพื่อให้สะท้อนตัวตนของแบรนด์ และถูกใจกลุ่มเป้าหมาย

 

นี่คือผลของการค้นหา D.N.A. แล้วนำมาต่อยอดอย่างถูกทาง

 

*ขอบคุณภาพสวยๆ ทุกภาพจาก Daddy's Antiques

ปรึกษาด้านกลยุทธ์แบรนด์ การออกแบบ

และภาพลักษณ์แบรนด์ ติดต่อที่
line @: kalyakorn

e-mail: kalyakorn@kalyakorn.com

*10% ของรายได้จากการให้คำปรึกษาส่งต่อให้สังคม