page created and managed by Kal & Co Consultant Co., Ltd.

February 28, 2018

Please reload

Recent Posts

Brand Experience

February 28, 2018

1/10
Please reload

Good Read

4 วิธีสร้างคุณค่าให้แบรนด์

September 26, 2016

 

 

“Your brand must stand for something.”

(แบรนด์ของคุณต้องยืนหยัดเพื่ออะไรสักอย่าง)

 

ประโยคนี้คลาสสิคเสมอค่ะ และแทบจะเป็นสิ่งที่นักสร้างแบรนด์ ยึดเอาเป็นคติประจำใจเวลาทำงานกันเลยทีเดียว

 

ด้วยเหตุผลที่ว่า... แบรนด์ที่ดีต้องเข้าไปอยู่ในใจของคน

 

นั่นหมายความว่าแบรนด์ต้องสามารถสร้างคุณค่า และเป็นได้มากกว่าแค่ “สินค้า” ที่คนใช้สอย เพราะการสร้างคุณค่าให้แบรนด์คือเรื่องสำคัญ นี่คือสิ่งที่จะผูกใจของสาวกไว้กับแบรนด์

 

แต่จะทำอย่างไรล่ะ!

 

วันนี้ Kalyakor ตั้งใจรวบรวมและแยกแยะวิธีการสร้างคุณค่าให้แบรนด์มาเล่าให้ฟังค่ะ เพราะเชื่อว่ามันจะมีประโยชน์มากสำหรับเจ้าของและคนทำแบรนด์ทุกคน

 

1. แตกต่างอย่างมีความหมาย

 

แน่นอนค่ะ การสร้างแบรนด์ที่ดีคือการทำแบรนด์ที่แปลกแตกต่างไปจากคนอื่นในตลาด แต่หาก สักแต่ว่าแตกต่าง มันไม่ได้ทำให้แบรนด์มีคุณค่า และไม่ใช่การทำแบรนด์ที่ยั่งยืนเลย

 

ถ้าอย่างนั้นแล้ว... เราจะทำอย่างไรดีแบรนด์ของเราทั้งแตกต่างและมีความหมาย?

 

1. เราต้องสำรวจตลาดค่ะ

เราต้องรู้ว่าคู่แข่งในตลาดเขาทำอะไรกันอยู่ ทั้งในเรื่องของตัวสินค้าเอง และในเรื่องของการทำแบรนด์ เช่น เขาสื่อสารข้อความอะไรอยู่ เขาสื่อสารอย่างไร ผ่านช่องทางไหน ใช้กลยุทธ์อะไรบ้าง ...เป็นต้น

 

2. เราต้องสำรวจกลุ่มเป้าหมาย

เรารู้จักตลาดแล้ว เราต้องรู้จักคนที่จะมาเป็นสาวกเราด้วย ว่าเขาชอบอะไร ต้องการอะไร มีรสนิยมแบบไหน เพื่อที่เราจะสามารถหาวิธีสร้างแบรนด์ที่ถูกใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างฐานสาวกได้

 

3. เราต้องสำรวจตัวเองค่ะ

เรารู้จักตลาดแล้ว รู้จักกลุ่มเป้าหมายแล้ว เรารู้แล้วว่าจะทำตัวเองให้แตกต่างจากคนอื่นอย่างไร แต่แค่นั้นยังไม่พอค่ะ เพราะเราต้องรู้จักตัวเองด้วย ต้องหา D.N.A. ของเราให้เจอ แล้วลองดูสิว่า ใน D.N.A. ของเรานั้น มีตรงไหนบ้างที่ไม่เหมือนคนอื่นในตลาดและเป็นเสน่ห์ในแบบที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ แล้วเราจึงเอาสิ่งนี้มาเป็นหลักในการตั้งต้น นี่แหล่ะค่ะคือจุดเริ่มต้นแห่งการทำแบรนด์ที่แท้จริงค่ะ

 

2. เป็นทางแก้ของปัญหา

 

บางครั้ง... คุณค่าของแบรนด์ก็เกิดจากการที่เราสามารถเป็น solution หรือเป็นคนที่แก้ปัญหาบางอย่างให้ลูกค้าได้ค่ะ

 

การจะทำกลยุทธ์นี้ได้ คุณต้องเข้าใจว่าคนเขามีปัญหา หรือมี pain อะไร แล้วกลับมาสำรวจตัวเองว่าสามารถทำอะไรเพื่อช่วยแก้ปัญหานี้ให้ลูกค้าได้บ้าง ซึ่งการแก้ปัญหานี้มักต้องอาศัย innovation หรือนวัตกรรมค่ะ แต่อย่าเพิ่งตกใจนะคะ เพราะนวัตกรรมนี้อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่โตมากมาย คืออาจเป็นแค่เรื่องใกล้ตัวก็ได้ แต่ที่สำคัญคือ มันต้องทำให้ชีวิตเขาง่ายขึ้น

 

เช่น

 

Wongnai ก็เริ่มมาจากแนวคิดง่ายๆ ที่ว่า... บางทีอยากลองไปทานอาหารร้านใหม่ๆ แต่ไม่รู้จะไปไหนดี เลยผุดเป็นไอเดียการสร้าง application เพื่อให้คนเข้ามารีวิวร้านอาหาร เพื่อให้คนได้รู้จักร้านอาหารใหม่ๆ และได้รู้ด้วยว่า.. คุ้มค่ากับการไปเสี่ยงลองมั้ย

 

3. เป็นพวกเดียวกับใครสักคน

 

ในการสร้างแบรนด์ มีความจำเป็นมากที่ต้องทำแบรนด์ให้เป็นคน คือไม่ใช่แค่เป็นสินค้าที่ขายๆๆๆๆ รอให้ลูกค้าหยิบเงินมาซื้อไป เพราะแบรนด์ที่ดีควรมี relationship ที่ดีกับกลุ่มเป้าหมาย

 

วิธีที่ได้ผลที่สุดเสมอ...

คือนอกจากจะทำแบรนด์ให้เป็นคนแล้ว ยังควรต้องเป็นแบรนด์ที่มีขึ้นเพื่อใครสักคน (สักกลุ่ม) คือต้องเข้าใจและยืนเคียงข้างเขา พูดในสิ่งที่เขาอยากพูด... แทนเขา เป็นกระบอกเสียงให้เขา

 

เช่น แบรนด์ SKII

 

ถ้าสังเกตุโฆษณาของ SKII ใน Youtube แทบจะไม่มีการขายของเลยนะคะ แต่ SKII มักทำแคมเปญที่เกี่ยวกับผู้หญิง... และเป็นผู้หญิงเอเชียด้วย

 

เขาจะเอาปัญหาที่ผู้หญิงเอเชียยุคนี้ต้องเผชิญ ทั้งความอึดอัดใจ ความไม่มั่นใจ ความกดดันจากสิ่งที่สังคมคาดหวัง หรือแม้ความฝันที่มอดดับไป.... มาเล่าให้สังคมฟัง


ที่สำคัญคือเขาจะจบด้วยการให้กำลังใจผู้หญิงที่เขาคุยด้วย ว่าเป็นตัวของตัวเองนี่แหล่ะ... ดีที่สุด

 

ถามว่าแคมเปญต่างๆ นั้นจะทำให้สังคมเข้าใจผู้หญิงเอเชียในมุมมองที่ SKII ต้องการให้เห็นมากขึ้นมั้ย... ไม่รู้ค่ะ แต่ที่รู้คือ... เขาได้ใจผู้หญิงที่กำลังรู้สึกอย่างนั้น และอยากพูดเรื่องเหล่านั้นไปเต็มๆ

 

เสริมอีกนิดว่า ในการเป็นตัวแทนใครสักคน อาจไม่ต้องเป็นกลุ่มใหญ่อย่างที่ SKII ทำก็ได้นะคะ เราอาจจะเป็นตัวแทนคนทำงานออฟฟิศ (อีเจี๊ยบเลียบด่วน) เป็นตัวแทนพ่อบ้านที่รักภรรยา (พ่อบ้านใจกล้า) เป็นตัวแทนคนทำงานสายครีเอทีฟ (บรี๊ฟเหี้ย) ....อย่างนี้ก็ได้เหมือนกัน (^___^)

 

4. สร้างคุณค่าให้สังคม

 

ยุคนี้เป็นยุคที่คนตื่นตัวเรื่อง social responsibility (ความรับผิดชอบต่อสังคม) สูง และมีแนวโน้มว่าจะสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยค่ะ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะคนอยู่ดีกินดีกันมากขึ้น บวกกับเทคโนโลยีที่ทำให้เราสามารถเห็นความเป็นไปของคนอื่นได้ง่ายขึ้น ดังนั้น... มันจึงทำให้เราเห็นปัญหาในสังคมง่ายขึ้นด้วย

 

สมัยก่อน เมื่อแบรนด์ใหญ่ๆ จะต้องการแสดงให้เห็นว่าเขาแคร์สังคม เขาก็จะทำแคมเปญเพื่อแจกเงินบ้าง แจกของบ้าง หรือที่เรารู้จักกันว่า CSR (corporate social responsibility)

 

แต่ยุคนี้เรามีวิธีการทำอะไรที่มากมายกว่านั้นมากค่ะ เพราะการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่จำเป็นต้องแสดงผ่านการให้ของหรือให้เงินเพียงอย่างเดียว บางครั้ง... อาจเป็นเพียงการฉายสปอตไลท์ไปที่ปัญหาซึ่งคนทั่วไปไม่เคยเห็น และชวนกันทำอะไรบางอย่างที่ดีๆ

 

เช่น

 

เพจ Humans of New York ซึ่งเป็นเพจที่เป็นที่นิยมมาก... ทั่วโลก (และเป็นหนึ่งในเพจที่เอินรักที่สุดบนโลกเฟซบุ๊คด้วย) เริ่มมาจากแนวคิดที่ว่า มหานครนิวยอร์กนั้นมีผู้คนหลากหลายชาติพันธ์ เจ้าของเพจซึ่งเป็นช่างภาพ จึงอยากนำสีสันแห่งความหลากหลายวัฒนธรรมนี้มาเล่าให้สังคมฟัง ผ่านภาพถ่ายที่สวยงาม ตรงไปตร