February 28, 2018

Please reload

Recent Posts

Brand Experience

February 28, 2018

1/10
Please reload

Good Read

แกะรอย personal brand ของ Donald Trump

November 11, 2016

แม้ผลจะยังไม่ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ แต่เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา คือ Donald Trump ....เจ้าของวลีอื้อฉาวมากมายตลอดแคมเปญการหาเสียงอันยาวนานที่ผ่านมา

 

เอาล่ะ จะไม่มานั่งถกเถียงว่าใครดีพอหรือเหมาะสมหรือไม่ แต่เพราะเห็นว่ากรณีของ Donald Trump นั้นมีความน่าสนใจที่น่าศึกษาในมุมของ personal brand ที่น่านำมาวิเคราะห์ โดยจะแยกประเด็นศีลธรรมออกไปนะคะ

 

พูดง่ายๆ คือโยนทิ้งไปก่อนว่าทรัมพ์ทำดีหรือไม่ เพราะเรื่องนี้คงอีกยาว ดังนั้น เราจะโฟกัสไปที่สิ่งที่เขาทำ ว่าเขาใช้เครื่องมือหลักๆ อะไรบ้างในการสร้างแบรนด์ แล้วมันทำให้เกิดอะไรขึ้น เพราะเราปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าความสำเร็จของเขาในวันนี้ ส่วนหนึ่งคือการเก็บเกี่ยวมาจากการสร้างแบรนด์ที่เขาทำมายาวนาน

 

 

1. Brand D.N.A.

 

Donald Trump เป็นคนที่มี D.N.A. ชัดเจนมาก และเป็นสิ่งที่เขาตอกย้ำมาตลอดผ่านทุกส่ิงที่เขาทำ จนคนจำ Donald Trump ในฐานะนักธุรกิจชาวนิวยอร์กที่รวยมาก มีโครงการมหึมาทั่วโลก รวมถึงการเป็นเจ้าของตึกใหญ่โตในมหานครนิวยอร์กที่ค่าอสังหาฯ แพงยับ มีเครื่องบินส่วนตัว ธุรกิจมากมาย

 

นอกจากนั้นคนยังได้รู้จักเขาในฐานะคนพูดตรง ปากเสีย ชอบผู้หญิงสวย และไม่แคร์ใคร จากการให้สัมภาษณ์ตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมา และรายการเรียลลิตี้ที่ชื่อ The Apprentice (ซึ่งเขาพูดถึงความรวยของเขา ธุรกิจของเขา อิทธิพลของเขา และมุมมองของเขาต่อสรรพสิ่ง ...รวมถึงผู้หญิง ตลอดเวลา) ก็ยิ่งทำให้เขาเป็นที่รู้จักและจดจำในวงกว้างขึ้นไปอีก

 

แถมรายการนี้ยังมีภาคพิเศษที่เรียกว่า The Apprentice Celebrity ซึ่งจะมีแต่คนดังมาร่วมรายการเพื่อการกุศล โดยใช้รูปแบบเหมือนภาคปกติที่วางให้ Trump มีเสียงเด็ดขาดโดยสมบูรณ์ (เผด็จการ) ในการไล่คนออกหรือเลือกผู้ชนะ

 

นี่ยิ่งช่วยตอกย้ำภาพนักธุรกิจที่เป็นผู้นำในสายตาสาธารณชนหนักขึ้นไปอีก แถมยังเพิ่มภาพลักษณ์การเป็นผู้มีบารมีที่แม้แต่ celebrities ยังต้องยอมนับถือเข้าไปด้วย

 

เขาสื่อสาร D.N.A. เขาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ผ่านวิธีที่หลากหลาย และเข้าถึงคนในวงที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นสิ่งที่เขาทำในแคมเปญหาเสียง มันก็คือการต่อยอดจากแบรนด์ ที่เขาสร้างมานานหลายปี มันจึงไปได้ไกลว่านักการเมืองหลายคน ที่มีเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ในการสื่อสารแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งก็คือช่วงระหว่างการทำแคมเปญหาเสียงนั่นเอง

 

(อ่าน การสร้างกลยุทธ์ด้วย Brand D.N.A.)

   

2. Brand Identity

 

ถ้าเราสังเกตุดีๆ จะเห็นว่า Trump นั้นเป็นคนที่ถูกนำมาล้อเลียนได้ง่ายมากค่ะ ทั้งน้ำเสียง คำพูด สำเนียง ท่าทาง สีหน้า รวมไปถึงทรงผม และแม้กระทั่งสีผิว

 

Trump มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนนักการเมืองคนอื่น คือเขาไม่ได้มาจากพื้นฐานการเป็นนักการเมือง แต่เขามาจากการเป็นนักธุรกิจที่พูดจาขวานผ่าซาก โดยไม่มีการปั้นแต่ง (หรืออาจทำไม่เป็น?) ถ้อยคำให้สวยหรูดูดี

 

ทั้งหมดนี้คือ brand identity (อัตลักษณ์ของแบรนด์) นะคะ

 

ใช่ค่ะ เอินไม่ได้พูดว่ามันดีหรือไม่ดี แต่เอินกำลังบอกว่าสิ่งที่เขาเป็นนั้น... มันจำง่ายและมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนมากค่ะ

 

เอินมองว่าสิ่งที่แข็งแรงที่สุดของ Trump คือ brand voice เพราะทั้งที่ไม่เพราะเสนาะหู แต่ก็ชัดเจนตรงกับ D.N.A. มาก คือมีความอวดเบ่ง มีอีโก้ มีความเอาแต่ใจ ไม่แคร์ใคร แถมยังมีน้ำเสียงแหบๆ ที่เป็นเอกลักษณ์.... มาก.... แถมเขายังมีความสม่ำเสมอในเรื่องราว ในน้ำเสียง และในภาษาที่ใช้ด้วยค่ะ

 

อีกประเด็นหนึ่งที่คงไม่พูดถึงไม่ได้ คือการที่ Trump เลือกพูดด้วยคำพูดที่ฟังดูรุนแรง แต่เข้าใจง่ายและสะใจ ถ้าเราจับใจความดีๆ หลายครั้งจะพบว่าเขามักพูดวนไปมา แต่ในขณะที่เหมือนจะพูดจาสับสนอยู่นั้น ก็กลับสามารถหาประโยคเด็ดๆ ที่ติดหูคนและถูกใจผู้สนับสนุนของเขาเสมอ

   

 

3. segmentation

 

หนึ่งในเครื่องมือทางการสร้างแบรนด์ที่ Donal Trump ใช้และได้ผลอย่างมาก คือการตั้งกลุ่มเป้าหมาย และคัดแยกคนเหล่านั้นที่มีความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นสาวก ออกจากคนที่เหลือ

 

เขาเหยียดผู้หญิง ทั้งวัดคุณค่าของผู้หญิงที่รูปร่างหน้าตาภายนอก ทั้งโอ้อวดเรื่องที่เคยกระทำชำเราผู้หญิง

 

เขาเหยียดศาสนา เหมารวมเอาว่ามุสลิมทั้งหมดเป็นอันตราย

 

เขาเหยียดชาติพันธ์ โดยขายนโยบายสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐและเม็กซิโก แถมยังข่มขู่จะส่งคนต่างด้าวกลับประเทศไปให้หมด (ทั้งที่ภรรยาก็ไม่ใช่คนอเมริกันโดยกำเนิด)

 

แถมเขายังสนับสนุนกฏหมายอนุญาตพกอาวุธปืน ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นประเด็นขัดแย้งในสังคมที่ยังไม่มีทีท่าจะหาข้อสรุปได้ง่ายๆ

 

ฟังดูโคตรแย่.... แต่ในกระบวนการนี้ เขาก็ได้คัดกรองกลุ่มเป้าหมายของเขาออกมาจากคนอื่นอย่างชัดเจน เพราะเขาได้สร้าง product ซึ่งก็คือเนักการเมืองแบบที่ถูกใจกลุ่มเป้าหมายของเขาอย่างยิ่ง

 

กลุ่มเป้าหมายของเขาชัดเจนถึงขนาดที่องค์กรเหยียดผิวสุดโต่งอย่าง KKK ยังออกมารับรองและให้การสนับสนุน Trump อย่างเป็นทางการด้วย

 

ที่น่าเศร้าและไม่น่าเชื่อคือ.... ผลเลือกตั้งครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นคาตาเลยว่า กลุ่มเป้าหมายของเขา ดันเป็นคนกลุ่มใหญ่ในประเทศเสียด้วย

 

(อ่าน  8 ขั้นตอนการหาสาวกของแบรนด์ )

 

 4. Brand Value:

 

เอินเคยเขียนเรื่องการสร้างคุณค่าให้แบรนด์ไว้ค่ะ ว่าหนึ่sงในวิธีการทำให้แบรนด์มีคุณค่าคือการเป็นทางออกให้กับปัญหา (be the solution) ซึ่งสิ่งที่ Trump ทำก็คือตอกย้ำความกลัวที่อยู่ในใจคนมากมายในสหรัฐฯ และเสนอว่าเขาจะเป็นคนแก้ปัญหานี้.... ด้วยวิธีการที่คนอื่นไม่กล้าทำ

 

อีกสิ่งหนึ่งที่ Trump ทำ และทำได้ดีเสียด้วย คือการยืนข้างใครสักคน (stand by someone)

 

ถามว่า Trump ยืนข้างใครเหรอคะ ก็คนขาวที่เหยียดผิว เหยียดศาสนา เหยียดชาติพันธ์ และชอบความรุนแรง... ไงคะ แถมยังคอยเป็นกระบอกเสียง พูดสิ่งที่อยู่ในใจคนเหล่านี้ให้ชาวโลกฟังแม้จะฟังดูไม่ถูกต้องก็ตาม

 

(อ่าน 4 วิธีการสร้าง Brand Value )

 

5. Brand Promise: Make America Great Again

 

ตลอดแคมเปญหาเสียง Trump ได้ให้สัญญาอะไรหลายอย่างกับกลุ่มเป้าหมายของเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนไม่น้อยต้องการ ทั้งเรื่องสร้างกำแพง ทั้งเรื่องการแบนมุสลิม ทั้งเรื่องการส่งแรงงานต่างด้าวกลับบ้าน ทั้งเรื่องการจับ Hillary เข้าคุก ฯลฯ

 

ซึ่งคำสัญญาของแบรนด์ (brand promise) เป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ เพราะมันแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ รวมไปถึงเส้นทางที่แบรนด์จะเดินไปเพื่อให้ถึงจุดหมายที่ตั้งเป้าไว้ หลายครั้ง brand promise นี่แหล่ะคือเครื่องมือที่ช่วยสร้างความหวังให้สาวก เพราะมันทำให้พวกเขาเห็นภาพอนาคตที่ชัดเจนและจับต้องได้

 

เมื่อ Trump รู้จักกลุ่มเป้าหมายของตัวเองแล้ว เขาก็กระหน่ำให้คำสัญญาที่สาวกอยากได้ยินมานานแต่ไม่เคยมีใครพูด เขาจึงกลายเป็นความหวังของสาวก ที่พร้อมจะช่วยสนับสนุนให้เขาเดินทางไปถึงจุดหมายด้วยกัน

ใช่ค่ะ Donald Trump สร้าง personal brand มาได้แข็งแรงมาก แต่การจะสร้างแบรนด์ที่แข็งแรงและยั่งยืนได้ ไม่ได้มีแค่เฉพาะช่วงเวลาการขายฝันเท่านั้น เพราะหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญมากในการสร้าง brand loyalty ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการสร้างแบรนด์ คือการรักษาสัญญา

 

ดังนั้น.... ช่วงเวลา 4 ปีหลังการเข้ารับตำแหน่งที่สำคัญที่สุดในประเทศมหาอำนาจของโลก เขาต้องพิสูจน์ให้สาวกเห็นให้ได้ ว่าเขาได้รักษาสัญญาที่ให้ไว้

 

หากเขาทำไม่ได้... แบรนด์ Donald Trump ที่สร้างมาก็อาจเสียหายหนัก

 

แต่ถ้าเขาทำได้ตามที่สัญญาไว้จริง... ประเทศของเขา..... อาจเสียหายหนักแบบที่ไม่สามารถกู้คืนได้อีกเลย เพราะเท่าที่รู้ แค่ผู้สนับสนุนบางส่วนของเขารู้ว่าฝ่ายตัวเองได้รับชัยชนะ ก็เริ่มคุกคามเหยียดผิวและชาติพันธ์ชนกลุ่มน้อยในประเทศ

 

แล้วเขาจะเดินทางไหนกัน

*10% ของรายได้จากการให้คำปรึกษาส่งต่อให้สังคม

Line Ad: @Kalyakorn

Facebook: Kalyakorn

ร่วมเดินทางเพื่อเรียนรู้กับ 3 เมนทอร์ตัวจริง คนทำงานจริง ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจมากมาย ที่มีความเข้าใจในการสร้างธุรกิจของ SME อย่างลึกซึ้ง ด้วยประสบการณ์การทำงานจริง ใน

 

BRAND VOYAGE in Paris

workshop กึ่ง consult ที่จะพาคุณออกเดินทางสู่ Paris เมืองแห่งแบรนด์ SME ที่เอาชนะธุรกิจใหญ่ด้วยการทำแบรนด์ เพื่อพาแบรนด์ของคุณออกเดินทางไปสู่เป้าหมายที่คุณต้องการ ผ่านการสอนแบบถึงลูกถึงคน จากประสบการณ์คนทำงานจริง และการให้คำปรึกษาที่จริงใจเพื่อช่วยสร้าง brand strategy, marketing plan และ communication plan ที่ชัดเจนให้กับแบรนด์ของคุณ...

 

เพื่อให้แบรนด์ของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคง...

 

ออกเดินทางวันที่ 21 - 28 Feb 2017

สำรองที่นั่งที่ line ad: @kalyakorn

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.kalyakorn.com/brand-voyage

Mentor Earn - Kalyakorn

(เอิน กัลยกร นาคสมภพ)

 

Entrepreneur เจ้าของบริษัท Kal & Co Consultant ที่ปรึกษาด้านแบรนด์และการออกแบบ

 

ด้วยประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นงานสื่อสารแขนงต่างๆ งานทำข่าว งานวิจัย งานออกแบบ งานครีเอทีฟ และงานสร้างแบรนด์... ก็ผ่านมือ Mentor Earn มาหมดแล้ว จึงทำให้เธอมีความเข้าใจและเข้าถึง ในการสร้างแบรนด์ที่หลากหลายและทะลุปรุโปร่ง

 

ปัจจุบัน Mentor Earn เป็นที่ปรึกษากลยุทธ์แบรนด์ให้กับ SME มากมาย เช่น Daddy's Antiques, Intercof, Secant, Golden Horse Riding Club และ Daddy Dough

 

เชี่ยวชาญด้าน brand strategy, customer experience และ brand design

Mentor Joh - Sintorn

(โจ้ ศิลป์ธรณ์ สันติธรณ์)
 

Assitant CEO บริษัท PT ICHITAN Indonesia และ Business Development Manager บริษัท ICHITAN Group PCL.

 

นักการตลาดไฟแรงจาก Ichitan ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ดูแลทีมเพื่อพาแบรนด์เครื่องดื่มจากไทยไปบุกตลาดในประเทศอินโดนีเซีย

 

ด้วยดีกรีปริญญาตรีด้านจากคณะเศรษฐ์ศาสตร์ ระหว่างประเทศจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (M.B.A.) จาก Tsinghua University มหาวิทยลัยอันดับ 1 ของจีน เขาจึงได้ทำงานและสะสมประสบการณ์ จากองค์กรระดับประเทศมาโดยตลอด

 

และด้วยความที่เติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจเครื่องครัวอันดับต้นๆ ของไทย จึงทำให้ Mentor Joh เข้าใจปัญหาที่ SME ต้องเผชิญเป็นอย่างดีเช่นกัน

 

เชี่ยวชาญด้านการ customer behavior และ marketing strategy สำหรับตลาด AEC​

 

Mentor Art - Kraiwin

(อาร์ต ไกรวิน วัฒนะรัตน์)
 

Co-Founder & Creative Technologist ของ TicketTail และอาจารย์ประจําภาควิชา Business Cyber คณะวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มศว และนักเขียนเจ้าของเพจ "เกิน 8 บรรทัด" อดีตผู้สื่อข่าวต่างประเทศหนังสือพิมพ์สยามกีฬา ผู้อยู่เบื้องหลังความสําเร็จในด้าน online communication ของหลายแบรนด์

 

ยุคนี้... ทำ content ไม่เป็น... อยู่ไม่ได้

 

แต่ทำแค่ content บน facebook ไม่พอ คุณต้องเข้าใจช่องทางการสื่อสารทั้งหมด และคุณต้องเข้าใจตัวเองและกลุ่มเป้าหมาย เพื่อจะรู้ว่า... อะไรที่เหมาะกับแบรนด์คุณ
 

เชี่ยวชาญด้าน value content marketing

1/5

 

 

Please reload

Follow Us
Search By Tags