February 28, 2018

Please reload

Recent Posts

Brand Experience

February 28, 2018

1/10
Please reload

Good Read

บทเรียนจากพระราชา

November 12, 2016

การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2559 เป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจคนไทยทุกคน... แน่นอนครับว่ารวมถึงตัวผมเองด้วย

 

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์วันนั้น คือบทความมากมายเกี่ยวกับพระองค์ท่านได้ถูกเผยแพร่... . มีหลายเรื่องที่เคยรู้แล้ว แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ไม่เคยรู้...

 

นอกจากนั้น ผมได้เห็นคนหลายคนออกมาแสดงความรักด้วยการทำความดี หรือทำกิจกรรมหลายๆ อย่างตามที่ตัวเองถนัดหรือพอทำได้ คงอาจเพราะความรักความเสียใจความรู้สึกต่างๆ มันล้นจนไม่รู้จะแสดงออกอย่างไรได้หมด

 

 

เหล่าศิลปินและนักออกแบบต่างช่วยกันทำในสิ่งที่ทำได้ เพื่อถวายในหลวง

 

เพราะอะไรคนไทยถึงรักในหลวงขนาดนี้?

 

ผมคงไม่อาจบรรยายได้หมด.... เพราะมันมีเหตุผลมากมายเหลือเกิน

 

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมพูดได้....

คือนับตั้งแต่วันที่ผมรู้ความและทราบว่าในหลวงท่านได้ให้สัญญาไว้กับคนไทยว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม" ผมก็ไม่เคยเห็นพระองค์ท่านทรงทำอะไรที่หลุดไปจากสัญญานี้เลยสักครั้ง

 

ทุกความคิด... ทุกโครงการ... ทุกคำพูด... ทุกการกระทำ.... ล้วนเป็นไปอย่างเป็นธรรมและเป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนบนผืนแผ่นดินไทยทุกคน... ทั้งสิ้น

 

คุณค่าของคนๆ หนึ่งที่ดำรงอยู่เพื่อประโยชน์ของคนอีกหลายสิบล้านนั้นเกินประมาณได้

 

ผมเชื่อว่าการสูญเสียของคนไทยในครั้งนี้ทำให้เราได้ข้อคิดอะไรหลายๆ อย่าง หลายคนเปลี่ยนมุมมองในชีวิต ตั้งใจเป็นคนที่ดีขึ้น เป็นคนที่มีเมตตาต่อผู้อื่นมากขึ้น เป็นผู้ที่รู้จักให้มากขึ้น ด้วยเหตุผลอะไรหลายอย่างแตกต่างกันไป

 

เช่น ภรรยาของผมที่มีความแน่วแน่มาก ที่จะตั้งใจพัฒนาตัวเองและตั้งใจทำงาน เพราะตั้งใจจะปันรายได้ส่วนหนึ่งของทุกเดือนของทุกเดือน เพื่อแบ่งปันให้สังคมต่อไป

 

สำหรับตัวผมเอง ในฐานะนักการตลาด มุมมองทางการตลาดบางอย่างของผมได้เปลี่ยนไป ผมกลับมานั่งทบทวนกับตัวเองถึงคุณค่าในการคงอยู่ของตัวผมเองเพื่อประโยชน์ของคนอื่นว่ามีอะไรบ้าง แบรนด์และสินค้าที่เราคุ้นเคยมีคุณค่าในการคงอยู่เพื่อประโยชน์ของผู้อื่นอย่างไรบ้าง

 

ผมเคยพูดเอาไว้ทุกครั้งที่เล่าถึงการตลาดว่ามีเป้าหมายคือยอดขายและกำไร ซึ่งนั่นเป็นพื้นฐานของธุรกิจ หากธุรกิจไม่มีกำไรก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ และไม่สามารถต่อยอดไปทำอย่างอื่นต่อได้

 

เพราะการตลาดไม่ใช่เรื่องของเรา แต่เป็นเรื่องของคนอื่น

 

ซึ่งวันนี้ผมได้กลับมาทบทวนถามตัวเองว่า... นอกจากยอดขายและกำไรแล้ว สินค้า แบรนด์ องค์กร และตัวบุคคลแต่ละคน สามารถสร้างคุณอะไรได้มากกว่านั้นอีกไหม

 

ผมค้นพบว่า.... มันต้องทำได้ แม้ธุรกิจจะมีขึ้นเพื่อการสร้างกำไร แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ควร... ไม่ใช่สิ... มันต้องสร้างคุณค่าอย่างอื่นได้มากกว่านั้น

 

ใช่ครับ.... ลืมเรื่องทฤษฎีการตลาดทั้งหมดไปก่อน เพราะผมจะบอกว่าการตลาดมันเป็นเรื่องของคนกับคน แต่ไม่ผมไม่ได้บอกให้คุณเลิกพูดถึงกำไร ผมแค่จะบอกว่ามีเพียงแค่กำไรมันอาจจะไม่พอ เพราะคุณควรจะมีคุณค่าต่อคนอื่นด้วย

 

 

1. คุณค่าในความจริงใจ

 

ในขณะที่คุณขายสินค้าตามความต้องการของลูกค้า คุณต้องหันกลับมามองว่าของที่คุณสร้างหรือขายนั้น มีความจริงใจด้วยหรือเปล่า คือคุณได้ตั้งใจสร้างของที่มีคุณภาพเพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวพวกเขาไหม ของเหล่านั้นได้ถูกบรรยายสรรพคุณไว้จนเกินจริงหรือไม่ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพราะถ้าคุณขาดความจริงใจ คุณก็จะกลายเป็นแบรนด์ที่ขาดแม้กระทั่งคุณค่าพื้นฐานไป

 

 

2. คุณค่าต่อจิตใจ

 

มีคนจำนวนไม่น้อยที่ตัดสินใจซื้อแบรนด์หนึ่งแทนที่จะเป็นอีกแบรนด์หนึ่ง เพราะแบรนด์นั้นไปสร้างประโยชน์อื่นๆ ในสิ่งที่เขาเชื่อเหมือนกัน

 

"ไม่รู้สิ แต่เจ้าของเฮียเขาเป็นคนดีนะ ชอบช่วยคนจน" เชื่อไหมครับว่านี่คือหนึ่งในคำตอบที่ผมได้ยินบ่อยๆ เมื่อผมถามว่าทำไมถึงซื้อของที่เขาซื้อ

 

หลายครั้งที่ผมเองก็ซื้อของแบรนด์หนึ่งเพียงเพราะผมเชื่อว่าเงินกำไรของแบรนด์นี้จะถูกนำไปช่วยคนอื่นแบบจับต้องได้เป็นรูปธรรม เช่นเดียวกับที่บางคนอาจซื้อเพราะแบรนด์นั้นไม่ทารุณสัตว์ หรือเพราะช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม

 

พูดง่ายๆ คือ มันมีคุณค่ามากมายที่คุณสามารถมีส่วนช่วยสร้าง ซึ่งเป็นคุณค่าที่คนอื่นในสังคมเองก็จะรู้สึกเหมือนกัน และอยากมีส่วนร่วมในการสนับสนุนคุณค่านั้น

 

 

3. คุณค่าต่อความรู้สึก

 

เคยมีร้านอาหารเจ้าประจำกันไหมครับ ทำไมเราไปร้านนี้ ไม่ไปร้านอื่น

 

คนเราส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกอะไรสักอย่างกันด้วยความรู้สึกมากกว่าเหตุผล บางทีมาร้านนี้บ่อยเพราะเจ้าของให้ความรู้สึกเป็นกันเอง บางทีมาโรงแรมนี้ประจำเพราะรู้สึกดีและบริการไม่เคยทำให้หงุดหงิดเลยรู้สึกไว้วางใจ บางคนเข้าร้านกาแฟเพราะรู้สึกสบายใจกว่าทั้งที่ร้านกาแฟกินที่อร่อยกว่าก็มี บางคนซื้อของแบรนด์เนมเพื่อบำบัดความรู้สึกให้รู้สึกว่าชีวิตดี บางคนเข้าสปาหลังผ่านวันแย่ๆ มาเพื่อให้รู้สึกว่าชีวิตไม่ได้แย่เกินไป


ความรู้สึกเป็นเรื่องนามธรรมที่จับต้องได้ ความรู้สึกอาจทำให้เราเชื่อมั่น วางใจ และผูกพันได้ หรือในทางตรงกันข้าม ก็อาจทำให้รังเกียจและไม่ไว้ใจเมื่อรู้สึกว่าถูกหลอกลวง ทรยศหักหลัง หรือถูกทอดทิ้ง


ดังนั้น... การคงอยู่ของเราจะมีผลอย่างไรต่อคุณค่าทางความรู้สึกของคนที่เชื่อมั่นในเรา.... จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง


เรา... จะทำให้เขารู้สึกอย่างไรเมื่อได้สัมผัสกับเรา


เรา... จะทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นอย่างไรได้บ้าง

 

 

4. คุณค่าต่อคน

 

การคงอยู่ของเรามีประโยชน์อย่างไรกับคนรอบข้าง กับลูกน้อง กับพนักงาน กับทีมงานของเรา

 

เรื่องเงิน สวัสดิการเลี้ยงปากท้องนี้เป็นเรื่องพื้นฐาน ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าของกิจการต้องคอยนึกถึงตลอดว่ามีเพียงพอดูแลคนในองค์กรหรือไม่ จนหลายคนอาจเผลอมองข้ามไปว่า... มันไม่ได้มีแค่เพียงเรื่องเงิน

 

ในความเป็นจริง... เราต้องท่องให้ขึ้นใจว่า เงินไม่ใช่ทุกสิ่ง

 

หลายคนได้เงินเดือนในที่หนึ่งน้อยกว่าที่อื่น แต่ทีมงานมีความสุขที่ได้สร้างเสียงหัวเราะและความสบายใจให้กับผู้อื่น หรือทีมงานอยู่แล้วมีความสุขเพราะเชื่อว่าได้ทำประโยชน์ให้คนอื่น

 

เหมือนที่ผมเคยได้ยิน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เล่าถึงในหลวง ว่าท่านเคยทรงตรัสไว้ว่า "ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากความสุขร่วมกันในการทำประโยชน์ให้ผู้อื่น"

 

คนบางคนมุ่งมั่นทำงานให้กับใครอีกคนจนลมหายใจสุดท้าย ไม่ใช่เพราะเงิน แต่เพราะคุณค่าที่ประเมินค่าไม่ได้ต่างหาก

 

 

5. คุณค่าต่อสังคม
 

ความหมายของข้อนี้ก็คือประโยชน์ต่อผู้อื่นนั่นแหละครับ คนรอบตัว ทั้งลูกค้าและทีมงาน จะไม่อาจอยู่กับเราอย่างยั่งยืนได้เลยหากเราขาดคุณค่าในข้อนี้ เราอาจไม่ได้มีคุณค่าต่อคนทุกกลุ่มหรือทุกด้าน แต่เราควรมีคุณค่า... ต่อใครสักกลุ่มในสังคมนี้

 

จะช่วยคนจน ช่วยคนขาดโอกาสทางการศึกษา สนับสนุนเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ สนับสนุนศาสนา สนับสนุนด้านศิลปะ.... ด้านไหนก็ได้ที่เราก็เห็นประโยชน์ในสิ่งนั้น

 

สิ่งสำคัญคือเราต้องทำประโยชน์อย่างต่อเนื่องและเห็นผลจริงจัง

 

ด้วยเหตุผลที่ผมเล่าไปตั้งแต่ต้น ว่าเพราะเราไม่ควรมีอยู่แค่เพื่อผลกำไรของเรา...​ แต่เราควรมีอยู่เพื่อคนอื่นด้วย เพื่อประโยชน์ของคนอื่น และเพื่อสิ่งที่ดีขึ้นในสังคม

คุณค่าต่างๆ เหล่านี้ ถ้าเป็น Mentor Earn จะเรียกมันว่า Brand Value (คุณค่าของแบรนด์)

 

เมื่อผมมาลองคิดดูว่า... ถ้าจะมีใครทำได้แบบที่ในหลวงท่านได้ทำให้เรา การคงอยู่ของเขานั้นจะมีคุณค่ามากสักเพียงไหน... ก็คงจะมากจนไม่อาจประเมินค่าได้ และคงจะมากจนทำให้คนรักทั้งแผ่นดินนั่นแหละ....

 

เพราะพอผมได้มองไปที่ในหลวงซึ่งสร้างคุณค่าอย่างมหาศาลในใจพวกเรา ด้วยการทรงงานอย่างหนักเพื่อสร้างประโยชน์สุขให้กับคนบนผืนแผ่นดินไทยกว่า 70 ล้านคน... ในแทบทุกด้าน....

 

นี่ไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อ

 

นี่คือความจริง คือความรัก คือความตั้งใจ

 

นี่คือสิ่งที่ท่านเชื่อและทรงลงมือทำ... แบบคลุกฝุ่น ตามติดงานอย่างใกล้ชิด จนเห็นผลจากการพัฒนาจริงๆ ....ไม่ใช่แค่ไปยืนมอบของแล้วถ่ายรูป

 

และท่านทรงทำอย่างนี้มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 70 ปี

 

 

แล้วคุณล่ะครับ...

ตัวคุณ ธุรกิจของคุณ และแบรนด์ของคุณนั้นมีคุณค่าในการคงอยู่เพื่อประโยชน์ของคนอื่นอย่างไรได้บ้าง

 

สำหรับคนตัวเล็กๆ อย่างผม แม้อาจไม่มีกำลังทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็จะตั้งใจสร้างคุณค่าในการคงอยู่ ด้วยการทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อจะเป็นประโยชน์แก่ที่ทำงานที่ผมอยู่ แก่สังคมที่ผมอาศัย และจะตั้งใจนำความรู้จากประสบการณ์ด้านการตลาดและในทุกเรื่องที่พอมี แบ่งปันให้กับผู้อื่นนำไปต่อยอดโดยไม่หวงแหน

ด้วยแรงบันดาลใจจากในหลวงผู้ทรงธรรม... ผู้จะคงอยู่ในใจนิรันดร์

 

Mentor Joh

(โจ้ ศิลป์ธรณ์ สันติธรณ์)

 

บทความตรวจแก้โดย กัลยกร นาคสมภพ

เครดิตภาพต้นฉบับที่ใช้เป็นปกของบทความจากห้องภาพนิรันดร 

เครดิตภาพอื่นที่ใช้ประกอบบทความตาม caption

เพลง "รักในดวงใจนิรันดร์" โดยชมรมดนตรีสากล สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Band)

 

 

 

Please reload

Follow Us
Search By Tags