February 28, 2018

Please reload

Recent Posts

Brand Experience

February 28, 2018

1/10
Please reload

Good Read

17 Must Do's in 2017

January 1, 2017

สวัสดีปี 2017 ค่ะ


ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เชื่อว่าหลายคนคงได้ทบทวนไปเรียบร้อย ว่าปีที่แล้วนั้นแบรนด์เราเป็นอย่างไร
เติบโตหรือขยับเขยื้อนไปมากน้อยแค่ไหน และมีอะไรต้องพัฒนาบ้าง

แต่ปี 2017 ที่เพิ่งมาถึงนี่ล่ะ เรา.... ควรต้องขับเคลื่อนแบรนด์อย่างไร เพื่อให้แบรนด์เดินทางถึงเป้าหมายที่วางไว้

 

บอกเลยว่าปีนี้จะเป็นปีแห่งการแข่งขันด้วยแบรนด์ ดังนั้น... มีแค่การออกแบบสวยๆ หรือพัฒนาสินค้าเพื่อขาย... ไม่พอ! คุณต้องทำอะไรมากกว่านั้นเพื่อจะผูกใจลูกค้าให้กลายเป็นสาวกของแบรนด์ให้ได้ คุณจึงจะชนะในสนามแข่งขันที่ดุเดือดนี้

 

นี่คือ 17 ข้อที่คุณต้องทำในปี 2017 เพื่อการทำแบรนด์ให้ชนะอย่างยั่งยืนค่ะ

แบรนด์ต้องเติบโต!

 

ในทางกลับกัน ถ้าเมื่อไหร่ที่แบรนด์หยุดโต... ก็อาจหมายถึงว่าแบรนด์กำลังจะเดินทางเข้าสู่ขาลง เราจึงต้องเริ่มที่การตั้งเป้าหมายของแบรนด์ให้ชัดเจนว่าจะให้แบรนด์เติบโตอย่างไร เพื่อที่เราจะสามารถวางแผนกลยุทธ์ได้ชัดเจน

 ต้องตั้งงบประมาณ!

 

เมื่อเราประมาณการยอดขายทั้งปีได้แล้ว เราควรต้องรู้ว่าเราจะมีงบประมาณการใช้จ่ายเท่าไหร่และควรจะจ่ายค่าอะไรบ้าง ไม่อย่างนั้น แบรนด์อาจไปไม่ถึงเป้าหมายเพราะงบดันหมดเสียก่อน ...ซึ่งจะน่าเสียดายมาก

เมื่อใช้สื่อก็ต้องวางแผนการใช้สื่อ!

 

หลังจากที่เรารู้ว่าเรามีงบประมาณใช้จ่ายได้เท่าไหร่แล้ว เราต้องรู้ว่าแบรนด์เราเป็นใคร และกลุ่มเป้าหมายเราเป็นใคร เราถึงจะรู้ว่าเราจะไปเจอกับเขาได้ที่ไหนบ้าง เพื่อให้เราวางแผนได้ชัดเจนว่าเราต้องใช้อะไรบ้าง online หรือ offline (หรือใช้ทั้งคู่) ใช้แต่ละสื่อแบบไหน เพื่ออะไร และใช้ตอนไหน

การโพสต์ใน Social Media ต้องมีกลยุทธ์

 

สำหรับคนที่ต้องใช้ facebook และ social media อื่นๆ เป็นหลักต้องทำ content strategy ค่ะ โดยต้องดูที่เป้าหมายของแบรนด์เป็นหลักแล้วหาให้เจอว่าเราจะไปถึงจุดนั้นผ่าน content ได้อย่างไร และใช้ content แบบไหนถึงจะเหมาะสม

ต้องเขียน roadmap สำหรับทั้งปี

มันคือ “แผนที่สำหรับการเดินทาง” ของแบรนด์ ซึ่งทุกแบรนด์.... จำเป็นต้องทำ เพื่อให้แบรนด์เดินอย่างมีเป้าหมายและมีทิศทางที่ชัดเจน โดยต้องวางแผนทั้งปี เพื่อให้ทุกการเคลื่อนไหวของเป็นไปอย่างเกิดคุณค่ามากที่สุด

อย่าขายทุกคน!

 

ตลาดของแบรนด์ SME มักจะแคบกว่า super brand โดยธรรมชาติ ดังนั้น... อย่ากลัวที่จะโฟกัสกับกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง ยิ่งกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเจาะจง... ยิ่งดี เพราะมันจะยิ่งชัดเจนและทำให้เราทำงานง่าย วาง content ง่าย ออกแบบให้ถูกใจกลุ่มเป้าหมายง่าย และเลือกใช้สื่อที่เจาะกลุ่มได้ง่าย
photo credit: Earth To Iris

 แบรนด์ต้องมีสไตล์

 

หนึ่งในเครื่องมือการสร้างสาวกให้แบรนด์คือการใช้การออกแบบที่มี mood & tone ชัดเจนและสม่ำเสมอ เราจึงต้องค้นหา brand D.N.A. เพื่อหาทิศทางในการออกแบบให้ชัดเจน เพราะเราจะมีแบรนด์ก็ต่อเราเมื่อมี style ที่ชัดเจนและเป็นเอกลัษณ์ของตัวเอง

ต้องหาข้อมูล!

 

เราคิดเองเออเองไม่ได้... เด็ดขาด! การสร้างแบรนด์ให้สำเร็จต้องมีตัวตนที่ชัดเจน แตกต่างจากคนอื่น และต้องถูกใจสาวกด้วย ซึ่งเราจะไม่มีวันรู้ได้เลยว่าเราแตกต่างจากคนอื่นแล้วหรือยัง และสาวกเราต้องการอะไร ...หากเราไม่หาข้อมูล

ต้องให้ในสิ่งที่แบรนด์ใหญ่ให้ไม่ได้

 

เมื่อมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว มีข้อมูลแล้วว่าลูกค้าต้องการอะไร คุณก็ควรต้อง customize แบรนด์ให้เข้ากับเขา นี่คือสิ่งที่จะช่วยสร้างฐานสาวกที่แข็งแกร่ง นี่คือสิ่งที่จะทำให้แบรนด์เล็กชนะแบรนด์ใหญ่ค่ะ

ต้องแบ่งปันความคิด

 

ยุคนี้เป็นยุคที่ content ขยะใน online เยอะมาก การจะแยกตัวเองออกมาจาก content เหล่านั้นได้คือการแบ่งปันความรู้ มันอาจไม่ต้องล้ำลึกหรือซับซ้อนมากมาย แต่ต้องเป็นสิ่งที่สาวกต้องการ และถูกนำเสนอในวิธีที่เหมาะกับสาวก

ต้องสร้างประสบการณ์ที่ดี

 

ประสบการณ์ทางแบรนด์ไม่ได้มีแค่บริการ แต่มันคือทุกสิ่งอย่างที่ออกไปจากแบรนด์ เพื่อสร้างความประทับใจที่ถูกต้องกับกลุ่มเป้าหมาย

ประสบการณ์ที่ดีซ้ำๆ จะเปลี่ยนลูกค้าให้กลายเป็นสาวกของแบรนด์

ต้องหาเพื่อน

 

การเดินทางเพียงลำพังสำหรับแบรนด์เล็กอาจยาก หลายครั้ง การจับมือกับแบรนด์อื่นที่มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน (แต่อาจเป็นสินค้าคนละอย่าง) หรือกับแบรนด์ที่มีสไตล์ใกล้เคียงกัน จะช่วยให้ทุกฝ่ายเติบโตได้ง่ายขึ้น
photo credit: The Impression

ต้องหาคุณค่าให้แบรนด์

 

แบรนด์ที่มีแค่สินค้าและการขายจะไม่มีทางเข้าไปอยู่ในใจของคนได้ แต่เป้าหมายสูงสุดของการทำแบรนด์ คือการสร้างความภักดี (brand loyalty) เพื่อจะให้สาวกพร้อมเดินไปกับแบรนด์ได้ในระยะยาว เราจึงต้องหาคุณค่าของแบรนด์ (brand value) ให้เจอ ว่าอะไร... คือสิ่งที่แบรนด์จะให้กับสาวก

แบรนด์ต้องแบ่งปันให้ผู้อื่น

 

แบรนด์ควรจะมีอยู่เพื่อใครสักคนหรืออะไรสักอย่าง ไม่ใช่เพียงเพื่อหากำไรเข้าตัว และการสร้างคุณค่าต่อสังคมที่สาวกสามารถมีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้ จะทำให้เกิดความผูกพันที่ยั่งยืน
photo credit: sanook

การสร้าง community สำคัญมาก!

 

การจะผูกใจกับสาวกได้ในระยะยาว ต้องอาศัยการสร้าง community ให้เกิดเป็นกลุ่มก้อนคนที่ชอบสิ่งเดียวกัน มีรสนิยมคล้ายกัน หรือมีเป้าหมายเดียวกัน ได้พบป่ะพูดคุยช่วยเหลือกัน โดยมีแบรนด์เป็นสื่อกลาง เป็นคนช่วยสร้างพื้นที่ หรือเป็นผู้นำในกลุ่มก็ได้

ต้องใช้นวัตกรรมเพื่อแซงคนอื่น

 

ถ้าเราใช้แค่ท่ามาตรฐาน เราก็จะได้เป็นแค่แบรนด์ผู้ตาม แต่ถ้าเราอยากเป็นผู้นำ อยากให้มีคนจดจำ และอยากมีสาวก เราต้องมีนวัตกรรมที่จะสามารถมอบสิ่งใหม่ให้สาวกได้ มันอาจไม่ต้องใหญ่โตหวือหวา หรือล้ำหน้ามากมาย และมันไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องของเทคโนโลยี แต่มันต้องเป็นสิ่งใหม่ที่ทำให้ตื่นเต้นได้

ต้องเปิดหูเปิดตา

 

การได้ออกเดินทางและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือที่เอินเรียกว่า Brand Voyage สำคัญมากสำหรับคนทำแบรนด์ เพราะถ้าเราไม่ไปไหน เราก็จะเป็นกบในกะลาที่เห็นแต่สิ่งที่คนในตลาดเดียวกันเห็น แล้วก็จะได้แต่ก๊อปกันไปมา แข่งวนกันอยู่ในอ่าง

แต่ถ้าเราอยากชนะคนอื่น เราก็ต้องเห็นมากกว่าคนอื่น เราจึงต้องสวมแว่นตานักทำแบรนด์และออกเดินทางเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ วิธีคิด การสร้างแบรนด์ใหม่ และความรู้ใหม่ๆ มาต่อยอดพัฒนาแบรนด์ของเรา

*10% ของรายได้จากการให้คำปรึกษาส่งต่อให้สังคม

Line Ad: @Kalyakorn

Facebook: Kalyakorn, Brand Consultant

ร่วมเดินทางเพื่อเรียนรู้กับ 3 เมนทอร์ตัวจริง คนทำงานจริง ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจมากมาย ที่มีความเข้าใจในการสร้างธุรกิจของ SME อย่างลึกซึ้ง ด้วยประสบการณ์การทำงานจริง ใน

BRAND VOYAGE in Paris

workshop กึ่ง consult ที่จะพาคุณออกเดินทางสู่ Paris เมืองแห่งแบรนด์ SME ที่เอาชนะธุรกิจใหญ่ด้วยการทำแบรนด์ เพื่อพาแบรนด์ของคุณออกเดินทางไปสู่เป้าหมายที่คุณต้องการ ผ่านการสอนแบบถึงลูกถึงคน จากประสบการณ์คนทำงานจริง และการให้คำปรึกษาที่จริงใจเพื่อช่วยสร้าง brand strategy, marketing plan และ communication plan ที่ชัดเจนให้กับแบรนด์ของคุณ...

 

เพื่อให้แบรนด์ของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคง...

 

ออกเดินทางวันที่ 21 - 28 Feb 2017

สำรองที่นั่งที่ line ad: @kalyakorn

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.kalyakorn.com/brand-voyag

Mentor Earn - Kalyakorn

(เอิน กัลยกร นาคสมภพ)

 

Entrepreneur เจ้าของบริษัท Kal & Co Consultant ที่ปรึกษาด้านแบรนด์และการออกแบบ

 

ด้วยประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นงานสื่อสารแขนงต่างๆ งานทำข่าว งานวิจัย งานออกแบบ งานครีเอทีฟ และงานสร้างแบรนด์... ก็ผ่านมือ Mentor Earn มาหมดแล้ว จึงทำให้เธอมีความเข้าใจและเข้าถึง ในการสร้างแบรนด์ที่หลากหลายและทะลุปรุโปร่ง

 

ปัจจุบัน Mentor Earn เป็นที่ปรึกษากลยุทธ์แบรนด์ให้กับ SME มากมาย เช่น Daddy's Antiques, Intercof, Secant, Golden Horse Riding Club และ Daddy Dough

 

เชี่ยวชาญด้าน brand strategy, customer experience และ brand design

Mentor Joh - Sintorn

(โจ้ ศิลป์ธรณ์ สันติธรณ์)
 

Assitant CEO บริษัท PT ICHITAN Indonesia และ Business Development Manager บริษัท ICHITAN Group PCL.

 

นักการตลาดไฟแรงจาก Ichitan ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ดูแลทีมเพื่อพาแบรนด์เครื่องดื่มจากไทยไปบุกตลาดในประเทศอินโดนีเซีย

 

ด้วยดีกรีปริญญาตรีด้านจากคณะเศรษฐ์ศาสตร์ ระหว่างประเทศจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (M.B.A.) จาก Tsinghua University มหาวิทยลัยอันดับ 1 ของจีน เขาจึงได้ทำงานและสะสมประสบการณ์ จากองค์กรระดับประเทศมาโดยตลอด

 

และด้วยความที่เติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจเครื่องครัวอันดับต้นๆ ของไทย จึงทำให้ Mentor Joh เข้าใจปัญหาที่ SME ต้องเผชิญเป็นอย่างดีเช่นกัน

 

เชี่ยวชาญด้านการ customer behaviour และ marketing strategy สำหรับตลาด AEC​

Mentor Art - Kraiwin

(อาร์ต ไกรวิน วัฒนะรัตน์)
 

Co-Founder & Creative Technologist ของ TicketTail และอาจารย์ประจําภาควิชา Business Cyber คณะวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มศว และนักเขียนเจ้าของเพจ "เกิน 8 บรรทัด" อดีตผู้สื่อข่าวต่างประเทศหนังสือพิมพ์สยามกีฬา ผู้อยู่เบื้องหลังความสําเร็จในด้าน online communication ของหลายแบรนด์

 

ยุคนี้... ทำ content ไม่เป็น... อยู่ไม่ได้

 

แต่ทำแค่ content บน facebook ไม่พอ คุณต้องเข้าใจช่องทางการสื่อสารทั้งหมด และคุณต้องเข้าใจตัวเองและกลุ่มเป้าหมาย เพื่อจะรู้ว่า... อะไรที่เหมาะกับแบรนด์คุณ
 

เชี่ยวชาญด้าน value content marketing

 

Please reload

Follow Us
Search By Tags