page created and managed by Kal & Co Consultant Co., Ltd.

February 28, 2018

Please reload

Recent Posts

Brand Experience

February 28, 2018

1/10
Please reload

Good Read

บทเรียนจากเซี่ยงไฮ้ ตอนที่ 1

January 6, 2017

อย่างที่เคยบอกว่าการออกเดินทางเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือที่เรียกว่า Brand Voyage สำคัญมากสำหรับคนทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านแบรนด์ดิ้งอย่างเอินและคนทำแบรนด์ทั้งหลายค่ะ

 

เมื่อช่วงปีใหม่เอินได้เดินทางไปเมืองเซี่ยงไฮ้ประเทศจีนมาค่ะ บอกเลยว่าได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก เลยตั้งใจเอาความรู้ที่ได้มาชำแหล่ะให้อ่านกันเป็นซี่รียส์นะคะ โดยเริ่มที่ตอนนี้เป็นตอนที่ 1 ค่ะ

การเดินทางครั้งนี้ เอินได้เปลี่ยนที่พัก 4 ที่ 4 ย่าน 4 อารมณ์ มีทั้งพักในอพาร์เมนท์แบบ Aribnb พักในโรงแรม boutique hotel ที่พัก hostel และพักในโรงแรม 7 ดาวของเชนโรงแรมหรู

คนบ้านอะไรเปลี่ยนที่พักกันเยอะแยะใช่มั้ยคะ คนบ้าการเรียนรู้ด้านแบรนด์นี่ล่ะค่ะ (5555)

สิ่งที่พบคือ... โรงแรมทุกแบบ... รอดได้!


แปลว่า... ที่พักเล็กๆ ไร้ดาว สามารถสู้กับโรงแรม 7 ดาวได้... อย่างสูสีเสียด้วย! หากมีกลยุทธ์ที่ถูกต้อง

 

เอินจึงใช้หลักของ branding วิเคราะห์และแยกแยะออกมาได้เป็น 5 ข้อค่ะ

 

1. Rare Location

 

การเลือกโลเคชั่นของแบรนด์ใหญ่ คือเลือก prime location ที่แพง อยู่ใจกลาง และเข้าถึงง่าย นั่นคือจุดขายของเขา ...แต่ prime location สำหรับแบรนด์เล็กไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

 

เราต้องปรับวิธีคิดที่ว่า location ดีมีแค่ที่เดียว หรือต้องอยู่ใจกลางจุดศูนย์รวมแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น เพราะยังมีลูกค้ากลุ่มที่ไม่ต้องการอยู่ในที่จอแจ ที่ไม่ใช่ tourist attraction แต่เป็นที่ซึ่งให้ประสบการณ์บางอย่างที่โรงแรมใหญ่ให้ไม่ได้

 

ยกตัวอย่างห้องพัก Airbnb ที่เอินเลือกไปพัก ตั้งอยู่ในห้องแถวโบราณ ในชุมชนคนเซี่ยงไฮ้จริงๆ แม้แท๊กซี่เข้าไม่ถึง แต่เรายอม เพราะระหว่างการเดินไปที่พักนั้น เราได้ผ่านชีวิตของคนท้องที่ ได้เห็นคนทำกับข้าว เห็นคนหยุดพูดคุยหยอกล้อกัน เห็นคนล้างจาน...

 

นอกจากการได้เห็นวิถีชีวิตคนจริงๆ แล้ว มันยังเป็นบริเวณที่ใกล้แหล่งฮิปล่าสุดของเซี่ยงไฮ้อีกด้วย มีร้านกาแฟ ร้านขนม ร้านแฟชั่น และร้านขายของเก่ามากมาย แบบที่หาในจุดท่องเที่ยวไม่ได้ เอินชอบ location ของที่พักนี้มาก จนถึงขนาดว่าพยายามจะกลับมาพักแถวเดิมอีก แต่ที่พักดันถูกจองเต็มยาวเลย จะไปหาที่อื่นพักก็ยาก เพราะมันเป็นแหล่งชุมชนที่คนอาศัยอยู่จริงๆ จึงไม่สามารถมีโรงแรมใหญ่ตั้งได้ และต้องแย่งกันจอง เพราะที่พักมีโคตรจำกัด

 

หรืออย่างที่พักในเมือง Xi’An ก็เป็น hostel ซึ่งตั้งอยู่บนถนนโบราณซึ่งเคยเป็นแหล่งพักพิงของเหล่าบัณฑิตที่เข้ามาสอบจอหงวน ปัจจุบันเป็นย่านขายงานศิลปะโบราณและอุปกรณ์การวาดภาพพู่กันจีน ในขณะที่โรงแรมใหญ่ทั้งหลายจะอยู่ภายนอกเขตอนุรกัษณ์แบบนี้ เนื่องจากมันสร้างตึกใหญ่ไม่ได้

 

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า rare location ค่ะ คือการเลือกพื้นที่ซึ่งมีจุดเด่นบางอย่างที่โรงแรมใหญ่ทำไม่ได้ และเป็นที่ซึ่งทำห้องได้จำนวนจำกัด ทำให้หายาก มันจึงเป็น location ที่ทำให้ที่พักเล็กๆ ต่อสู้กับโรงแรม 7 ดาวได้อย่างสูสี

 

2. Local Inside

 

โรงแรมขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีข้อดีคือ location ที่ต้องแข่งกันอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ตรงกลางเมืองที่ใกล้ทุกสิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการ และวิถีของการทำโรงแรมที่ (ต้อง) เป็นมาตรฐานสากล

 

แต่ในข้อดีนั้นก็เป็นข้อเสียเช่นกัน เพราะการทำโรงแรมด้วยท่ามาตรฐานทั่วไป... ไม่สามารถตอบโจทย์นักเดินทางทุกแบบได้

 

ดังนั้นจุดที่เหมือนจะเป็นข้อดีก็กลายเป็นข้อเสียได้ เพราะมันทำให้โรงแรมเข้าไม่ถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นที่แท้จริง ที่อาจเป็นเสน่ห์สำคัญของการท่องเที่ยวนั้นได้ ....ตรงนี้แหล่ะคือช่องว่างที่โรงแรมสามารถลุกขี้นมาทำคะแนนได้

 

เราอาจต้องให้ความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่นนั้นแบบเป็นกันเอง จะเล่าให้ฟัง จะมีหนังสือเขียน หรือจะมีป้ายแปะเล่าสักหน่อย... ก็ได้  เอาเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นมาเล่นสักหน่อย

 

เราจึงต้องใช้โอกาสของโรงแรมเล็กๆ นี่แหล่ะเข้าหาลูกค้า และพาเขาไปรู้จักกับชุมชนในแบบที่เขาหาไม่ได้จากโรงแรมใหญ่

 

นี่คือการเข้าถึง local culture ในแบบที่โรงแรมใหญ่ไม่มีทางทำได้

 

3. Extraordinarily Hospitality

 

ในขณะที่โรงแรมใหญ่จะให้บริการหรูหรา เป็นทางการ แบรนด์เล็กก็มีจุดแข็งที่ความเป็นกันเอง ความรู้สึกเหมือนเป็นแขกของครอบครัว การดูแลแบบใกล้ชิด ไม่ต้องมีพิธีรีตองเยอะ แต่มีความอบอุ่นน่ารักให้มาก

 

ที่พัก Airbnb ที่เอินไปพักก็ทำแบบนี้ค่ะ ไม่มีพิธีรีตองในการ check in หรือ check out ทำให้รู้สึกเหมือนเรามาพักในบ้านเพื่อนที่อยู่ในชุมชนคนท้องถิ่น ที่สำคัญคือพูดคุยติดต่อกับเจ้าของได้ตลอดเวลา มีอะไรก็ส่ง WeChat ถามกัน เวลาเข้าออกก็ปรับได้