February 28, 2018

Please reload

Recent Posts

Brand Experience

February 28, 2018

1/10
Please reload

Good Read

A-Z สิ่งที่แบรนด์ต้องมีปี 2018

January 1, 2018

เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การแข่งขันด้านแบรนด์จะสูงมากขึ้นเรื่อยๆ คนเข้าใจแล้วว่ามีแค่สินค้า บริการ หรือมาร์เก็ตติ้ง... ไม่พอ การสร้างแบรนด์คือเครื่องมือที่สำคัญที่จะพาให้แบรนด์คุณประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ถ้าอย่างนั้น.... ต้องทำยังไง มีปัจจัยอะไรบ้าง ที่จำเป็นต่อการสร้างแบรนด์ในปี 2018
วันนี้ Kalyakorn เอามาชำแหละให้ฟังค่ะ อาจยาวนิดนึงแต่อยากให้อ่านจริงๆเพราะนี่คือ content ที่เอินใช้เวลาปรุงอย่างปราณีตด้วยความใส่ใจ นี่คือการส่งความปรารถนาดีในแบบ Kalyakorn อาจดีเลย์ไปสักนิด แต่อยากจะบอกว่า ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมา และสวัสดีปีใหม่ค่ะ

 

#แบรนด์ต้องมีความงาม

แต่คำว่าความงามในที่นี่แตกต่างกันไปในแต่ละแบรนด์ค่ะ ไม่จำเป็นต้องเป็นความงามตามเทรนด์หรือตามสมัยนิยม แต่ต้องเป็นความงามที่เหมาะสมกับตัวตนของแบรนด์ และเป็นแบบที่กลุ่มเป้าหมายชอบ

 

 

#แบรนด์ต้องมีความกล้า

หลายครั้งในการสร้างแบรนด์ เราต้องตัดสินใจระหว่างการ play safe กับการกล้าทำอะไรที่มากกว่านั้น หากเรามองแต่ยอดขาย หลายครั้งเราคงต้องเลือกทางแรก แต่ถ้าเราต้องการสร้างแบรนด์ ต้องการเป็น top of mind ของกลุ่มเป้าหมาย ความกล้าทำในสิ่งที่แตกต่าง... เป็นสิ่งจำเป็นค่ะ

 

#แบรนด์ต้องสร้างวัฒนธรรมของตัวเอง

หากมีแค่สินค้า ความงาม เรื่องราวน่าสนใจ ไม่ได้หมายความว่าแบรนด์นั้นประสบความสำเร็จค่ะ เพราะแบรนด์ที่มีวัฒนธรรมเป็นของตัวเองเท่านั้น เช่น frappucino ซึ่งเป็นชื่อเครื่องดื่มปั่นของสตาร์บั๊คส์ แทนที่จะเป็น smoothies หรือ Happy Meal ของ Mc Donalds ที่มาพร้อมของเล่น แทนที่จะเป็น Kid Menu เหมือนแบรนด์อื่น

 

#แบรนด์ต้องหา D.N.A.

 

คือพื้นฐานที่ทุกแบรนด์ต้องมี หากไม่มี D.N.A. แบรนด์ก็เหมือนไม่มีกลยุทธ์ที่จะเติบโตได้อย่างมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง D.N.A. ไม่จำเป็นต้องดีงามเพอร์เฟค แต่ต้องมีความเฉพาะตัว เป็นความจริง และสามารถสร้างเสน่ห์ให้แบรนด์ได้

 

#แบรนด์ต้องออกแบบประสบการณ์ให้ลูกค้า

 

แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จคือแบรนด์ที่สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีและมีเอกลักษณ์ให้กลุ่มเป้าหมายได้ ซึ่งประสบการณ์นี้ต้องถูกออกแบบและขับเคลื่อนผ่านเครื่องมือต่างๆ ของแบรนด์ ทั้งสินค้า บริการ การตกแต่ง ฯลฯ

 

 

#เจ้าของแบรนด์ต้องเป็นนักสู้

แบรนด์จะประสบความสำเร็จได้อยู่ที่คน โดยเฉพาะคนที่เป็นเจ้าของแบรนด์ ที่ต้องเข้าใจและเข้าถึงทั้งตัวสินค้าหรือบริการของตัวเอง ตัวตลาด และตัวลูกค้า ที่สำคัญคือต้องอาศัยความสู้ไม่ถอยเพื่อขับเคลื่อนให้แบรนด์ดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

#แบรนด์ต้องวางเป้าหมายที่ชัดเจน

เพื่อจะวางแผนการสร้างแบรนด์ที่ชัดเจน แบรนด์ก็ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนด้วยเช่นกัน ไม่ว่าเป้าหมายนั้นจะเป็นยอดขาย การเป็นที่รู้จัก หรือเป้าหมายอื่นๆ ก็ตาม เป้าหมายจะกำหนดกลยุทธ์ให้กับแบรนด์

 

 

#แบรนด์ต้องมีการแบ่งระดับชั้น

 

แบรนด์ต้องสร้างความแตกต่างระหว่างลูกค้าประจำกับลูกค้าทั่วไป เพราะคนชอบความ exclusive และต้องการเลื่อนระดับชั้น การสร้าง membership หรือสร้าง platinum หรือ gold class จึงเป็นเครื่องมือที่ได้ผลเสมอ

 

#แบรนด์ต้องมีตัวตนที่มีเอกลักษณ์

หนึ่งในพื้นฐานของการมีแบรนด์คือความมีเอกลักษณ์ที่จะแยกแยะแบรนด์เราออกจาแบรนด์คนอื่น การสร้างเอกลักษณ์ต้องทำผ่านเครื่องมือหลากหลาย เช่น โลโก้ ฟ้อนท์ ภาพ ยูนิฟอร์ม ภาษา เพลง ธรรมเนียมบางอย่าง

 

 #การสร้างแบรนด์คือการเดินทาง

แบรนด์ไม่สามารถโตได้ในหนึ่งวัน ต้องใช้เวลาและการปรับกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอ ความอดทนในการเดินตามแผนที่วางไว้ทั้งในระยะสั้นและยาวจึงเป็นสิ่งจำเป็น

 

 

#แบรนด์ต้องกำหนดภาพ

แบรนด์ต้องแตกต่างและต้องมีเอกลักษณ์ ที่สำคัญคือแบรนด์ต้องสื่อสารได้ดี จึงต้องมีการกำหนดภาพที่ใช้สื่อสารเพื่อให้ทุกอย่างที่ออกมาจากแบรนด์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อที่สุดท้ายคนจะสามารถจดจำแบรนด์ได้

 

#แบรนด์ที่สำเร็จคือแบรนด์ที่ทำให้คนรักได้

 

เป้าหมายสูงสุดของแบรนด์ในสมัยก่อนคือ brand loyalty หรือความภัคดีต่อแบรนด์ ที่จะทำให้ลูกค้าเชื่อในแบรนด์ และกลับมาหาแบรนด์เรื่อยๆ แต่ยุคนี้มีแค่นั้นไม่พอ เป้าหมายของแบรนด์คือการสร้าง brand love หรือก็คือการสร้างแบรนด์ที่กลุ่มเป้าหมายจะรักและพร้อมเป็นกระบอกเสียงให้

 

#แบรนด์ต้องมีแผนการเดินทาง

 

แบรนด์ต้องมีการวางแผนเพื่อจะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรง นี่คือเหตุผลที่ต้องมีการวาง roadmap หรือแผนการเดินทางของแบรนด์ บางแบรนด์อาจวางระยะไกล 5 ปี 3 ปี แต่อย่างน้อยที่สุด ทุกแบรนด์ต้องมีแผนอย่างละเอียดสำหรับ 1 ปี

 

#เจาะกลุ่มตลาดเฉพาะ

 

มันไม่ผิดที่จะอยากทยานให้แบรนด์เติบโตไปขายทุกคน แต่แปลว่าแบรนด์ก็ต้องใช้งบประมาณมหาศาลเช่นกัน แต่กับแบรนด์เริ่มใหม่ โดยเฉพาะกับแบรนด์เล็ก มันจึงง่ายกว่าที่จะจับกลุ่มตลาดที่เล็กกว่า เฉพาะทางกว่า แต่จับให้อยู่ ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

 

 #แบรนด์ต้องมีความไม่ซ้ำใคร

ประโยชน์อะไรกับการสร้างสิ่งที่มีอยู่แล้ว หากไม่มีการสร้างสรรค์อะไรที่เป็นของตัวเอง เราก็เป็นได้แค่แบรนด์ผู้ตามเท่านั้นเอง

 

#แบรนด์ต้องมีเหตุผลในการมีอยู่

 

A brand must stand for something. แบรนด์ต้องมีจุดยืนข้างใครสักคน เป็นกระบอกเสียงให้ใครสักกลุ่ม แบรนด์ต้องช่วยแก้ปัญหาอะไรสักอย่างให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ นั่นคือการมีเหตุผลในการมีอยู่ของแบรนด์ ที่มากไปกว่าการซื้อขายสินค้าหรือบริการ

 

#คนสร้างแบรนด์ต้องตั้งคำถาม

 

ความช่างสังเกตุและการตั้งคำถามที่ถูกต้องจะทำให้เราเข้าใจแบรนด์ เข้าใจ product และเข้าใจกลุ่มเป้าหมายอย่างถ่องแท้ การได้คำตอบที่ถูกต้องจะพาเราไปเจอวิธีการสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่จะทำให้แบรนด์เติบโตแบบไม่ซ้ำใครและกลายเป็นที่จดจำ

 

#แบรนด์ต้องมีจังหวะในการเคลื่อนไหว

 

แบรนด์ต้องมีจังหวะในการออกแคมเปญ โปรโมชั่น หรือสินค้าใหม่ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปล่อยหมัดเด็ดทุกอย่างในเม็ดเดียว แล้วไม่เหลืออะไรเผื่อไว้ภายหลัง การออกแบบจังหวะในการปล่อยหมัดจึงสำคัญ อะไรเป็นหมัดเด็ด อะไรต้องปล่อยก่อนเพื่อนำไปสู่หมัดเด็ด หลังหมัดเด็ดแล้วจะเอาอะไรมารองรับระลอกของ feedback ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

 

 

#แบรนด์ต้องขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์

 

แบรนด์จะอยู่อย่างยั่งยืนได้ต้องมีการวางกลยุทธ์เพื่อความต่อเนื่องในการเติบโต กลยุทธ์นี้ถูกสร้างให้สอดคล้องกับ D.N.A. ของแบรนด์และกลุ่มเป้าหมาย กลยุทธ์จะทำให้คนเห็นแบรนด์ พิจารณาแบรนด์ หาข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ ตัดสินใจซื้อแบรนด์ และกลับมาซื้อซ้ำเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

 


#แบรนด์ต้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง

แค่รู้เพศ อายุ รายได้ หรืออาชีพ... ไม่เพียงพอ เพราะเหตุและผลของคนที่จะตัดสินใจซื้ออะไรบางอย่าง ข้อมูลเพียงเท่านั้นทำให้เราเข้าใจไม่ได้หรอก เราจึงต้องรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายคือใคร แต่งตัวอย่างไร บ้านอยู่ที่ไหน ทำงานที่ไหน ในเมือง นอกเมือง เดินทางไกลมั้ย ระหว่างทำงานเสพสื่ออะไรบ้าง วันหยุดทำอะไร มีความต้องการอะไร รสนิยมเป็นอย่างไร .......เพราะถ้าเราเข้าใจกลุ่มเป้าหมายอย่างถ่องแท้ เมื่อนั้นเท่านั้น ที่เราจะสามารถสร้างแบรนด์ สินค้า และกลยุทธ์ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้

#ออกนอกสูตรสำเร็จเสียบ้าง

ถ้าเราแค่ทำตามสูตรสำเร็จ เราก็จะได้ทำแค่ตามที่ทุกคนทำกัน ซึ่งกว่าเราจะได้เริ่มทำ เชื่อมั้ยว่ามันมักเกร่อแล้ว ดังนั้น อย่ามองแต่สูตรสำเร็จ ออกจากกรอบเสียบ้าง ลองใช้วิธีที่สนุกกว่าที่คนอื่นทำบ้าง (ทีมเอินเรียกมันว่า #ท่ายาก) เพื่อที่แบรนด์เราจะได้พุ่งทะยานไปไกลกว่ามาตรฐานบ้าง

 

#แบรนด์ต้องมีคุณค่า

แบรนด์ที่ดีต้องเติบโตอยู่ในใจคนด้วยเหตุผลที่มากไปกว่าการค้าขาย เพราะคนซื้อของด้วยเหตุผล แต่คนเลือกซื้อแบรนด์ไหน.... อยู่ที่คุณค่าของแบรนด์ในใจของผู้ซื้อเท่านั้น
 

#แบรนด์ต้องว้าว

แบรนด์ต้องมีมุมที่น่าสนใจจนคนต้องบอกต่อ จะเป็นเรื่องดีไซน์ที่สวยจนต้องถ่ายรูปแชร์ culture บางอย่างที่แปลกจนอยากเล่า หรือแม้กระทั่งความหวือหวาของตัว product ที่อยากอวด ถ้าเราขาดสิ่งนี้ไป บอกเลยว่าเราต้องจ่ายเงินเยอะกว่าคนทั่วไป และต้องเหนื่อยกว่าคนอื่นหลายเท่า เพื่อจะให้คนได้ยินแบรนด์เรา ในขณะที่แบรนด์ที่ทำให้คน wow ได้ เราจะประหยัดทั้งเวลาและเงินในการสร้าง awareness ได้เยอะมาก

 

#แบรนด์ต้องน่าตื่นเต้น

 

แบรนด์ต้องขยับตลอดเวลา อย่าทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดไปที่ตอนเริ่มสร้างแบรนด์ คุณต้องคิดคำนวนเผื่อไว้ด้วยว่าหลังจากเปิดตัวแบรนด์เสร็จแล้วจะต้องทำยังไงต่อ เพื่อไม่ให้แบรนด์นิ่ง เพราะเมื่อไหร่ที่แบรดน์นิ่ง แบรนด์จะตาย เพราะมันจะถูกกลืนหายไปกับกระแสการแข่งขันทางด้านแบรนด์ที่เชี่ยวกราก

 

#คุณคือคนที่สำคัญที่สุด

 

อย่าหวังพึ่งคนอื่น อย่าคิดว่าใครจะมาทำอะไรให้แบรนด์คุณมากกว่าตัวคุณเอง คุณต้องทุ่มเท ต้องคิดตลอดเวลาว่ามีอะไรอีกที่คุณจะทำได้เพื่อให้แบรนด์ว้าวขึ้น ให้กลุ่มลูกค้าพอใจขึ้น ให้แบรนด์สมบูรณ์ขึ้น คุณต้อง top form แน่นอนว่ามันมีวันที่คุณล้าได้บ้าง แต่อย่าท้อ อย่าหยุด อย่างที่บอกไงคะว่าการสร้างแบรนด์คือการเดินทาง และนักเดินทางที่ดีต้องอดทน ...สู้ๆ!!!

 


#นับศูนย์ใหม่ทุกวัน

อย่ายึดติดกับความสำเร็จในวันก่อน กระแสทุกอย่างหายไปเร็วมาก บางทีแม้คุณอาจจะทำให้คนมามองแบรนด์ได้ แต่แทบจะไม่ทันกระพริบตา คนก็หันไปมองแบรนด์ใหม่ๆ แล้ว คุณจึงต้องวิ่งตามการแข่งขันให้ทันในทุกวัน นำคนอื่นบ้าง ตามคนอื่นบ้าง ไม่เป็นไร เริ่มใหม่ set zero แล้วไฟท์ต่อไปให้แบรนด์สำเร็จ

 

*10% ของกำไรส่งต่อให้สังคม

creative solution ด้านแบรนด์ การออกแบบ และการตลาดออนไลน์

line at: @kalyakorn

 

 

Please reload

Follow Us
Search By Tags