February 28, 2018

Please reload

Recent Posts

Brand Experience

February 28, 2018

1/10
Please reload

Good Read

9 Strategies from Luxury Brands

December 2, 2017

เมื่อเดือนที่แล้ว เอินมีโอกาสได้ร่วมทานอาหารค่ำ พร้อมฟังเสวนาจากผู้บริหารแบรนด์หรู ที่จัดโดยศิษย์เก่า Havard Business School มาค่ะ

 

รู้สึกว่าเป็นมื้ออาหารที่คุ้มค่ามาก เพราะเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้ ที่รู้สึกเลยว่าน่าเอามาแบ่งปัน แถมยังมีหลายกลยุทธ์ ที่ไม่ได้เหมาะกับ luxury brands เท่านั้น ก็น่าจะเป็นประโยชน์กับแบรนด์ของทุกคนได้ค่ะ

 

ในงานนี้มีวิทยากรทั้งหมด 4 ท่านค่ะ

1. ทั้งมาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้บริหาร Hermes ประเทศไทย

2. คุณนันทมาลี ภิรมย์ภักดี ผู้บริหาร Ferrari ประเทศไทย

3. คุณชาญ ศรีวิกรม์ ประธานกรรมการบริหารห้าง Gaysorn

4. Mr. Luciano Rodembusch ผู้บริหารภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของ Tiffany & Co

 

 

เราได้ยินบ่อยเหลือเกินว่าความหรูหราไม่ใช่แฟชั่น แต่ในความเป็นจริงเรากลับ เอาสองอย่างนี้มาผสมกันบ่อยๆ เพราะแบรนด์แฟชั่นหรูหรามากมาย มีชื่อเสียงจนเรารู้จัก

ทั้งที่คำว่า “luxury” นั้น ไม่จำเป็นต้องผูกกับแฟชั่น ไม่สิ... มันคือคนละอย่างเลยด้วยซ้ำ

เพราะแฟชั่นคือเทรนด์ที่จะเปลี่ยนตลอด และเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเสียด้วย คืออย่างน้อยๆ ในหนึ่งปี เราจะเห็น 4 collection เพื่อตอบสนองกับฤดูกาล ในขณะที่ความหรูหรา... ต้องยืนยงกว่านั้น
.
Fashion comes and goes,  but style is forever

 

ในเมื่อมันไม่ใช่แฟชั่น และมันต้องยืนยง แล้ว..... อะไรล่ะ ที่จะทำให้ความเป็น luxury มันอยู่ได้

คุณนวลพรรณ ล่ำซำ หรือ “มาดามแป้ง” ตอบว่ามันคือสไตล์.... ที่ทุกแบรนด์ควรต้องพัฒนาแบบฉบับของตัวเองขึ้นมา มันต้องร่วมสมัย ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ต้องสัมผัสได้ และต้องมีความฝันอยู่ในนั้น

คุณแป้งเสริมอีกว่า แม้คนอาจจะมองว่าแบรนด์ต่างๆ เป็นคู่แข่งกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับไม่มีใครเป็นคู่แข่งกันเลย หากแต่ละแบรนด์สามารถสร้างอัตลักษณ์ (identity) เฉพาะตัวของตัวเองได้ พูดง่ายๆ คือ สไตล์ใครสไตล์มัน และสไตล์นี่แหล่ะคือ สิ่งที่จะดึงดูดลูกค้าที่ถูกต้องมาหาเรา

ถามว่า... แล้วสไตล์ของแบรนด์คืออะไร และเราจะสร้างมันได้อย่างไร

 

นี่คือสิ่งที่เอินพูดบ่อยๆ ค่ะ
มันคือ “mood & tone” ของแบรนด์ คือบรรยากาศ คือกลิ่นอาย ที่เป็นของเราเอง ที่จะเลือกลูกค้าที่จริตตรงกัน... เข้ามาหาเรา
 

 

ถึงจะหรูหรา แต่ไม่ได้แปลว่าจับต้องไม่ได้นะจ้าาา Tiffany & Co มีวิสัยทัศน์ว่า เขาต้องการจะเป็น "democratic luxury brand"

เอ๊ะ การเมืองเกี่ยวไรกับความหรูหรา บร้า! เขาหมายถึงแบรนด์หรูที่ทุกคนเข้าถึง

โดยการตั้งราคาสินค้าต่ำสุดอยู่ที่ 200 USD (เราเรียกสิ่งนี้ว่า entry price) เพื่อไม่ให้มันเข้ามายากเกินไป และเมื่อเข้ามาแล้วต้องได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจ ที่ทำให้รู้ว่านี่แหล่ะ luxury เพื่อให้เขากลับมาและเติบโตไปกับแบรนด์

พูดง่ายๆ ว่า Tiffany หวังเรียกลูกค้าที่ไม่จำเป็นต้องไฮโซ ด้วยการจัดราคาสินค้าที่ไม่สูงเกินจับต้องได้ แล้วเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็น loyal customers โดยใช้ความ luxury คือประสบการณ์หรูหรา... ดูแลให้ติดใจ ซึ่งในอนาคต ส่วนหนึ่งของลูกค้ากลุ่มนี้ อาจกลายเป็นลูกค้า exclusive ได้ในวันหนึ่งก็ได้

 

แน่นอนว่าคนทุกคนต้องการรู้สึก exclusive แต่การทำให้ทุกคนรู้ว่าตัวเอง exclusive กลับอันตราย

แปลว่า....
ในขณะที่ luxury brands หลายแบรนด์ ปรับตัวเองให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น ก็อาจทำให้เสียกลุ่มลูกค้า elite (ลูกค้าไฮโซ) ที่... เป็นกลุ่มบุคคลสำคัญ ที่จะทำให้แบรนด์คงสถานะ luxury อยู่ได้

ในเรื่องนี้ Tiffany มีกลยุทธ์ที่น่าสนใจมากค่ะ

เขาบอกว่าไม่ว่าเขาจะขยายไปเท่าไหร่ แตะโดนกลุ่มคนกว้างขึ้นเท่าไหร่ ก็จะมี collection พิเศษที่มีเพียงลูกค้าซึ่งถูกบรรจุชื่อ ใน the blue book ของ Tiffany เท่านั้น ที่จะได้เห็นและสามารถเป็นเจ้าของได้

ทำให้นึกถึงน้องที่รักกันคนหนึ่ง ซึ่งสวมนาฬิกาแบรนด์หรูที่เอินเห็นที่ไรก็อยากได้ แต่เอินไม่เคยเห็นในช๊อป ไม่รู้จะไปหาที่ไหน พอน้องบอกว่าถูกเชิญไปซื้อ... เท่านั้นแหล่ะ... อ่อ.... หมดสิทธิ์!

แบรดน์อื่นที่ไม่ได้ถือว่าเป็น luxury ก็ทำ

อย่าง Starbucks มีระบบสมาชิกให้สะสมแต้ม และสมาชิกระดับ gold member เท่านั้น ที่จะได้รับของขวัญปีใหม่ที่สวยงาม ซึ่งเป็นสิ่งที่สาวกต่างเฝ้ารอ

แล้วถามว่าแบรนด์ทั่วไปทำได้มั้ย ตอบเลยว่าทำได้ค่ะ

คำว่า exclusive ไม่ได้แปลว่าต้องหรู แต่แปลว่าต้องพิเศษจำกัดเฉพาะคนที่ถูกเลือก
 

นอกเหนือจากความ "พิเศษเฉพาะกลุ่ม"มีอะไรอีกที่ทำได้.เฟอร์รารี่เปิดให้คนร่วมสร้างรถของตัวเองกับแบรนด์เพื่อให้กลายเป็นรถที่มีคันเดียวในโลก.

 

เช่นเดียวกับที่ luxury fashion brands สร้างสรรค์งานเฉพาะชิ้นให้กับคนที่มีกำลังจะจ่ายงาน customized.นี่เป็นกลยุทธ์ที่แบรนด์ซึ่งไม่ใช่ luxury ก็ทำได้นะคะ.

 

แบรนด์ชุดแต่งงานที่รับออกแบบ ตัด ปรับแก้เพื่อให้ได้ตามที่ลูกค้าต้องการในวันพิเศษของเขา. แบรนด์รับจัดปาร์ตี้ตามธีมเพื่อให้ได้ปาร์ตี้สุดพิเศษเหมาะกับเจ้าของวันเกิด.แบรนด์เครื่องปั้นดินเผาที่รับออกแบบและเพนท์งานใหม่หากงานที่มีในร้านยังไม่ตอบโจทย์.

 

นี่คือการ customize ค่ะคือการปรับสินค้าให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าโดยที่ยังต้องไม่สูญเสียความเป็นแบรนด์ไป

 

ลูกค้า luxury brand ในปัจจุบันเปลี่ยนไปมากจากที่เคยรู้สีกว่า...

 

“ฉันต้องมีแบรนด์นี้... เพราะมันเป็นแบรนด์นี้.กลายเป็น...“ทำไมฉันต้องกลับมาหาเธอเธอทำให้ฉันรู้สึกอย่างไรชีวิตฉันจะดีขึ้นเพราะเธอได้ยังไงฉันมีเธอแล้วจะทำให้ฉันมีสไตล์แบบไหน”

 

ดังนั้น... การรักษาความเป็น luxury brand ในทุกวันนี้จึงไม่เหมือนสมัยก่อนเพราะปัจจุบัน ไม่ว่าแบรนด์จะเติบโตไปอย่างไรก็ต้องเข้าใกล้ลูกค้ากว่าเดิมต้องเข้าถึงโดยที่ยังคงทิ้งความรู้สึกหรูหราไว้ในใจของลูกคัาได้

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป...เราคิดแค่ขายของไม่ได้ค่ะแต่ต้องคิดว่าจะดูแลลูกค้าเราอย่างไร.ตั้งแต่ตอนที่ลูกค้าได้รู้จักเรา ได้ยินชื่อเราจนเจอตัวเรา เดินเข้ามาหาเรา หยิบจับสินค้าของเราจนถึงตอนซื้อ ถือของกลับบ้านหยิบของเราออกมา เปิด... และใช้มัน.

 

ช่วงเวลาทั้งหมดเหล่านั้นคือช่วงเวลาที่ “ลูกค้า” อยู่กับ “เรา”.มันคือช่วงเวลาที่เราสามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์ผ่านเครื่องมือต่างๆทั้งภาพ คำพูด การออกแบบ การเขียนการบริการของพนักงาน packagingรวมไปถึงตัวสินค้าเองด้วย.

 

Mr. Luciano เล่าให้ฟังว่าคอลเลคชั่นบางอย่างไม่ได้ทำยอดได้แต่เมื่อลูกค้าคาดหวังจะได้เห็นมัน ลูกค้าก็จะได้เห็นมัน(แม้ว่ามันอาจเปลืองที่ shelfที่สามารถวางสินค้าขายดีอย่างอื่นได้)

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้สู้กับแบรนด์อื่นได้คือการเล่าเรื่อง.

 

ไม่ว่าจะเป็นเล่าเรื่องแบรนด์ (brand story)เล่าเรื่องสินค้า (product story)เล่าเรื่องบริการ วิธีคิด ความเชื่อ ฯลฯ.

 

เอินไม่ได้บอกว่าการพัฒนาสินค้าให้ดีไม่สำคัญนะคะเพราะมันสำคัญมากๆ ด้วยเพียงแต่.... หากให้แค่สินค้าลูกค้าจะไม่มีทางรู้อะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น.

 

การเล่าเรื่องที่ดีจะช่วยสร้างเสน่ห์ซึ่ง..... จะช่วยสร้างคุณค่าให้แบรนด์และจะสร้างมูลค่าในความรู้สึกให้ผู้บริโภค

 

จริงๆ ที่คุณชาญ ผู้บริหารเกษรพลาซ่าพูดเต็มๆ คือ
“Delivering experience is more important than delivering the product.”

โอ้โหววว... เจอประโยคนี้ที่คุณชาญตอบ เมื่อถูกถามถึงนิยามของคำว่า “luxury” โดน.... เต็มๆ!

คือในฐานะที่เป็นมืออาชีพด้านแบรนด์ดิ้ง เราให้ความสำคัญกับ brand experience อย่างมากค่ะ เรียกได้ว่ามากที่สุดเลย

เพราะประสบการณ์คือสิ่งที่ ลอกเลียนแบบไม่ได้ ทำซ้ำไม่ได้ มันเป็นเรื่องของความรู้สึกที่แสน abstract แต่กลับมีพลังมากกว่าอะไรทั้งนั้น

สินค้าดีเหมือนกัน ราคาเท่ากัน คนจะเลือกแบรนด์ที่ให้ประสบการณ์ที่ดีกว่า

แถมบางครั้ง... ถึงราคาไม่เท่ากัน คนก็ยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีกว่า

 

 

โลกเราเปลี่ยนไปแล้ว!

พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปมากเช่นกัน!

วิถีของแบรนด์ดิ้งจึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!


เปิดประตูสู่โลกแบรนด์ดิ้งของวันพรุ่งนี้ไปพร้อมทีมเมนเตอร์จาก ‘Kal&Co’ ที่กลับมาอีกครั้งเพื่อจะช่วยให้คุณสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

 

นี่คือการรวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าของทีมผู้สอนมากด้วยประสบการณ์ที่หาตัวจับได้ยาก ที่เตรียมเนื้อหาและประสาบการณ์มาแบ่งปันแบบครบทุกองศา อย่างเต็มที่ ไม่มีกั๊ก ในสไตล์การสอนแบบเป็นกันเองให้คุณได้เต็มอิ่มไปด้วยความรู้และมิตรภาพ

 

คุณจะได้เข้าใจหลักการแห่งการทำแบรนด์ดิ้งยุคใหม่ ที่เริ่มจากการค้นหา Brand D.N.A. ต่อด้วยการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายอย่างถ่องแท้ เรียนรู้วิธีสื่อสารแบรนด์ให้ตรงใจลูกค้า และเข้าใจเครื่องมือต่างๆ ในการสร้างแบรนด์ เพื่อที่จะสามารถสร้าง ‘Brand Experience’ ที่ดีที่จะตรึงใจลูกค้าให้อยู่กับเราไปนานๆ

 

รับรองว่านี่คือคอร์สที่คุณจะทำให้คุณได้ประโยชน์  ได้สนุก และได้เข้าใจวิถีแห่งการทำแบรนด์ของวันพรุ่งนี้ กับทีมเมนเทอร์ผู้มากด้วยประสบการณ์จากการทำงานจริง ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ชั้นน้ำทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ

 

พวกเขาพร้อมแล้วที่จะพาคุณก้าวไปด้วยกัน... ในเวิร์คช๊อปที่จะพาคุณไปรู้จักกับการทำแบรนด์ยุคใหม่ ในบรรยากาศสบาย ที่คุณจะได้เรียนรู้ ได้มิตรภาพ และได้เครื่องมือที่ถูกต้องในการสร้างแบรนด์ที่ยั่งยืน

 

BRANDING101 : Tomorrow Brand 

วันที่: วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม 2561

เวลา: 10.00 - 16.00 น.

สถานที่: HUBBA-TO (ชั้น 3 Habito Mall อ่อนนุช 1/1)

บัตรราคา: Early Bird 3,500 บาท

(ก่อน 16 มีนาคม นี้เท่านั้น ด่วน! จำนวนจำกัด)

Regular 3,900 บาท

 

จองเลย! ที่นั่งมีจำนวนจำกัด! ที่ https://goo.gl/C2ZeDn

 

เกี่ยวกับวิทยากร

 

MENTOR EARN - Creative Brand Consultant

ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์​แบรนด์และการสื่อสาร ด้วยประสบการณ์หลากหลากหลายที่ทำให้ Mentor Earn มีความเข้าใจในการสร้างแบรนด์ที่ลึกซึ้งและหาตัวจับได้ยาก เคยทำงานให้กับแบรนด์ต่างๆ มากมาย ทั้ง ร้านอาหาร​ Fuji, MBK Garuntee, Land and​ Houses, Red​ Diamond, Daddy's Antiques ฯลฯ​ เชี่ยวชาญด้าน brand strategy และ creative​ communication ด้วยแนวคิดของการสร้างแบรนด์ที่มีคุณค่าเพื่อให้แบรนด์เติบโตอย่างยั่งยืน


MENTOR ART - CEO & Co-Founder @AHEAD.ASIA

อดีตอาจารย์ประจําภาควิชา Business Cyber วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มศว และนักเขียนเจ้าของเพจ เกิน 8 บรรทัด ผู้มีประสบการณ์ในการทำงานกับแบรนด์ใหญ่ๆ และหลงไหลในการใช้ Storytelling  และ Brand Journalism ใช้สื่อสารคุณค่าของแบรนด์ และกระตือรือร้นในการอัพเดทเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆอยู่เสมอ


MENTOR JOH - Director, PT ICHI TAN Indonesia.

นักการตลาดไฟแรงจาก Ichitan Group หนึ่งในผู้ดูแลทีมเพื่อพาแบรนด์เครื่องดื่มจากไทยไปบุกตลาดในประเทศอินโดนีเซียที่ขึ้นชื่อว่ายากกว่าตลาดไหนในเอเชีย เชี่ยวชาญด้านการ Customer Behavior, Marketing Strategy, และตลาด AEC

 

 

Please reload

Follow Us
Search By Tags
Please reload

Archive
  • Facebook Basic Square
  • Twitter Basic Square
  • Google+ Basic Square