page created and managed by Kal & Co Consultant Co., Ltd.

February 28, 2018

Please reload

Recent Posts

Brand Experience

February 28, 2018

1/10
Please reload

Good Read

BRANDING 101 : The Target

January 23, 2018

 

แบรนด์ต้องใกล้ชิดกับลูกค้า

 

ยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าและพัฒนาอย่างโคตรรวดเร็วในระดับที่สังคมแทบตามไม่ทันแบบนี้ สื่อเองก็ขยับเข้าใกล้คนมากเรื่อยๆ แบบที่เราไม่ทันรู้ตัวเช่นกัน สมัยก่อน เราจะได้ข่าวทีก็ต้องออกไปตลาด ไปฟังคนเล่าต่อๆ กันมา ไม่ก็ไปดูประกาศ ต่อมามีโรงภาพยนต์ มีวิทยุ สื่อก็ขยับใกล้เราเข้ามา จนพอเรามีทีวี สื่อก็เอาข้อมูลข่าวสารแบบภาพพร้อมเสียงมาป้อนถึงในบ้านในห้องนอนของเรา

 

แต่ยุคนี้ระยะห่างมันแคบลงกว่านั้นอีกค่ะ เพราะสื่อออนไลน์นั้นอยู่ในมือ อยู่แนบหู ...อยู่ในระยะใกล้ยิ่งกว่าหายใจรดต้นคอ ดังนั้น อะไรก็ตามที่ต้องใช้สื่อออนไลน์ในการสื่อสาร (ซึ่งก็คือแทบเกือบจะทุกอย่าง) จึงเข้าใจวิธีการเข้าใกล้มวลชนในระยะประชั้นชิด

 

แน่นอนค่ะ.... แบรนด์ก็เช่นกัน ที่ต้องเรียนรู้ที่จะใกล้ชิดกับลูกค้า ในระดับที่ personal (เป็นกันเอง/ส่วนตัว) ยิ่งกว่าที่เคย แต่การที่จะเข้าใกล้ลูกค้าและทำให้เขาไว้ใจเราได้นั้น แบรนด์ต้องเข้าใจลูกค้า... อย่างถ่องแท้ เข้าใจให้มากกว่าที่เขารู้จักตัวเองได้ยิ่งดี

 

ทำอย่างไร... ก็เริ่มที่ DNA เหมือนเดิมค่ะ คือนอกไปจากการหา DNA เพื่อเข้าใจตัวตนของแบรนด์แล้ว เราก็ต้องรู้จัก DNA ของกลุ่มลูกค้าด้วยเช่นกัน 

 

 

เลือกเป้าหมายให้แคบ

 

ทุกวันนี้ เราเข้าสู่ยุค hyper-individualized era ซึ่งหมายถึงยุคของสังคมที่ ทุกคนมีความชัดเจนในตัวตนมาก ถามว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคนทำแบรนด์... เกี่ยวอย่างยิ่งเลยค่ะ เพราะยิ่งคนมีความเป็นตัวเองชัดขึ้นเท่าไหร่ ความเป็นตลาดแมสก็ยิ่งลดลงเท่านั้น ....เพราะมันแปลว่าคนก็ยิ่งต้องการของเฉพาะด้านและเฉพาะรสนิยมมากขึ้น

 

ไม่ได้แปลว่าตลาดแมสได้หายไปนะคะ มันก็ยังมีแบรนด์ใหญ่ๆ ที่เก็บตลาดแมสได้อยู่ แต่สำหรับ brand ที่เริ่มใหม่ และแบรนด์ระดับกลางถึงเล็ก แนะนำว่าถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรขายทุกคน เพราะในความเป็นจริงแล้ว ยิ่งวางกลุ่มเป้าหมายให้ยิ่งแคบ.... ยิ่งดี เพราะมันจะยิ่งชัด ยิ่งเข้าใจง่าย แปลว่าเราก็จะทำแบรนด์ง่ายขึ้นเช่นกัน

 

ยกตัวอย่างลูกค้าของ Kal & Co ที่ชื่อ Red Diamond ซึ่งเป็นร้านกาแฟจี๊ดๆ ที่ไม่เน้นเรื่องราคา แต่เน้นความหายากที่พี่วู๊ดดี้ (เจ้าของซึ่งเป็นผู้นำเข้าชาเขียวและกาแฟตัวใหญ่ของวงการ) เท่านั้นจะนำเข้ามาได้ เน้นการคั่วที่เต็มไปด้วยศิลปะที่มีแค่ร้านนี้เท่านั้นจะสร้างสรรค์ได้ เน้นการแปบ่งปันวัฒนธรรมกาแฟจากทั่วโลกที่มี Red Diamond เท่านั้นจะทำได้

 

พี่วู๊ดดี้บอกว่า นี่คือร้านที่อยากให้คอกาแฟตัวจริงได้มาลองกาแฟและแบ่งปันกัน

 

นี่เป็นการเจาะกลุ่มตลาดเฉพาะ (niche market) ค่ะ ซึ่งนับวันจะเติบโตและมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ กับธุรกิจทั่วโลก

 

 

 

 

 

วิธีการวางกลุ่มเป้าหมาย

 

จากประสบการณ์การทำงานด้านแบรนด์ดิ้งหลายปีที่ผ่านมา เอินพบว่ามีวิธีการวางเป้าหมายอยู่ 3 วิธีค่ะ

 

 

1. ตั้งกลุ่มเป้าหมายขึ้นมาก่อน

 

วิธีคือการตั้งกลุ่มเป้าหมายขึ้นมาลอยๆ ก่อน ว่านี่คือคนที่เราอยากได้เป็นลูกค้า เป็นคนที่เราอยากให้ใช้สินค้าของเรา จะเป็นเพราะกำลังจ่ายของเขา หรืออะไรก็ตาม