page created and managed by Kal & Co Consultant Co., Ltd.

February 28, 2018

Please reload

Recent Posts

Brand Experience

February 28, 2018

1/10
Please reload

Good Read

Brand Experience

February 28, 2018

การทำแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องเริ่มที่การเข้าใจตัวตนของแบรนด์  ผ่านการค้นหา Brand D.N.A. และต้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมายผ่านการแกะ D.N.A. ของกลุ่มเป้าหมายเช่นเดียวกัน

 

เราต้องรู้ใจเขา รู้ว่าปัญหา หรือ pain point ของเขาคืออะไร

เราต้องรู้ว่ามีอะไรบ้างที่เขายังขาด... ที่แบรนด์เราสามารถช่วยได้

 

branding is building a bridge

เพราะการทำแบรนด์คือการสร้างสะพานเชื่อม

 

ดังนั้น ถ้าเราเข้าใจกลุ่มเป้าหมายอย่างถ่องแท้ เราก็จะสามารถหาวิธีเข้าหากลุ่มเป้าหมายได้อย่างเป็นธรรมชาติ เอินจึงพูดบ่อยๆ ว่าหน้าที่ของเอินในฐานะคนสร้างแบรนด์ คือ“branding is building a bridge ซึ่งมีความหมายว่า... การทำแบรนด์คือการสร้างสะพานเชื่อม”

 

ถ้าเราสร้างสะพานได้สำเร็จ เราก็จะได้ใจและได้ brand loyalty กลับมา

 

แปลว่าอะไร? ก็แปลว่าลูกค้าจะถูกใจสิ่งที่เราหยิบยื่นให้ และจะกลับมาหาเราอีก

 

ดังนั้น...  มีแค่ products ไม่พอ

 

ในการสร้างแบรนด์อะไรสักอย่าง แน่นอนว่าโดยพื้นฐานแล้ว สินค้าต้องดี ต้องตอบโจทย์ ต้องแก้ปัญหาให้อะไรสักอย่างให้ใครสักคนได้

 

แต่เอินก็เจอมาเยอะแล้วเช่นกันกับการที่มีเพียงสินค้าดี แต่กลายเป็นไม่รอดเพราะขาดความเข้าใจในการทำแบรนด์ ซึ่ง... น่าเสียดาย

 

To Build a Brand is to Create Experience

การทำแบรนด์คือการสร้างประสบการณ์

 

เป้าหมายในการทำทุกสิ่งของแบรนด์ คือ การสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อแบรนด์ ให้กับ target ประสบการณ์ที่ถูกต้องจะพาคุณออกจากการแข่งขัน ที่มีแต่สินค้า บริการ และราคา

 

ประสบการณ์หมายถึงทุกอย่าง....

 

ทุกครั้งที่อะไรก็ตามที่มาจากแบรนด์ ได้ผ่านไปกระทบกับลูกค้า ไม่ว่าจะผ่านการใช้สินค้าโดยตรง หรือแค่การไปกระทบผ่านตา หู จมุก ฯลฯ แบรนด์... ก็ได้สร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าเรียบร้อยแล้ว

 

ทุกสิ่ง ทุกองศาของแบรนด์ จึงควรถูกออกแบบมาอย่างถี่ถ้วน เพื่อจะสร้างประสบการณ์ที่ดี และเหมาะสมให้กับลูกค้า

 

ที่สำคัญ.... ประสบการณ์คือตัวกำหนดความรู้สึกถูกหรือแพงในความรู้สึกของลูกค้า

 

เพราะในเชิงแบรนด์ดิ้ง ความถูกหรือแพง... ไม่มีจริง มีแต่สิ่งที่เรียกว่า... คุ้มค่าหรือไม่เท่านั้น

 

 

 

IKEA

 

เน้นในเรื่องการขายของแบบ D.I.Y. หรือ Do it yourself

 

IKEA สื่อสารอย่างสม่ำเสมอว่า... หน้าที่ของฉันคือการออกแบบทุกสิ่งอย่างเพื่อลดต้นทุน เพื่อให้ลูกค้าได้ซื้อของที่ดี สวย ตอบโจทย์การใช้งาน ในราคาที่ถูกลง โดยที่ลูกค้าเองก็มีหน้าที่ในการช่วยเหลือตัวเอง เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายบางประการซึ่งกันและกัน

 

มันจึงเป็นการช่วยกัน แบ่งหน้าที่กัน ระหว่างแบรนด์และลูกค้า

 

ดังนั้น IKEA ไม่เคยขายแค่สินค้า หรือขายแค่แม้กระทั่งการออกแบบแนว Scandinavian แต่คือการให้ทั้งประสบการณ์ ที่เป็นของใหม่ให้กับผู้บริโภค

 

แอบเล่าให้ฟังค่ะ ตอนเอินไปเดินที่ Ikea ครั้งแรกที่อเมริกา ตอนนั้นพี่สาวซึ่งเรียนอยู่ที่นั่นพาไป จำได้ว่าตื่นตาตื่นใจมาก ตั้งแต่กับวิธีการเดินช๊อปไม่เหมือนใคร ต้องเดินตามเส้นทางที่เขาออกแบบไว้ให้ หรือการจัดวางจังหวะของสินค้าที่ทำให้โค้งข้างหน้าน่าสนใจเสมอ ที่สำคัญเลยคือตอนเดินผ่านโกดังในตอนจบ

 

เฮ้ย!!!!! เอางี้เลยเหรอ

 

เออ D.I.Y. ของจริงมันต้องอย่างนี้... คือทำเองตั้งแต่ตอนเดินหาของ ไม่ต้องรอพนักงานมาช่วย ไปจนถึงตอนหยิบของจากโกดัง

แน่นอน ทาง IKEA ก็ไม่ได้ทิ้งเรา เขาก็มีบริการขนส่งและติดตั้งไว้ให้เรา เพียงแต่มันไปอยู่หลบมุม ไม่ใช่ส่วนที่สำคัญที่สุด แถม... ยังต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกต่างหาก

 

แค่นั้นยังไม่พอ... เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา เอินไปเดิน IKEA กับสามี เพราะเรากำลังทำออฟฟิศชั่วคราวจากตู้คอนเทนเนอร์กันค่ะ ทีนี้เอินอยากได้ครัวที่ดูดี มีพร้อม มีความฝรั่งในราคาที่ไม่โหดมาก... เลยนึกถึง IKEA

 

ปรากฏว่าในแผนกครัวที่เราไม่เคยสังเกตเท่าไหร่ เราพบว่ามีบริการออกแบบครัวให้... อันนี้ไม่ตื่นเต้น ที่ตื่นเต้นคือคอมที่วางอยู่เต็มไปหมดให้กับลูกค้าได้นั่งออกแบบเอง.... เฮ้ยยยยยยยยยย สนุกเลยทีนี้ นั่งกันอยู่ 2 ชั่วโมงได้

นี่ไง D.I.Y. ในทุกอนู ...ตั้งแต่ออกแบบ ยันเลือกสินค้า ยันหยิบของ ยันขนกลับบ้าน นี่คือประสบการณ์ที่หาได้เฉพาะที่ IKEA

 

ที่สำคัญ แม้ IKEA จะไม่แพง แต่ก็ไม่ได้ถูกขนาดนั้นแถมสินค้าก็เป็นที่รู้กันว่าอาจจะไม่ทน แต่ทำไมคนยังโอเคกับการไปซื้อของที่ IKEA

 

คำตอบคือประสบการณ์ค่ะ

 

เราได้รู้สึกว่าเรามี freedom มีอิสระในการเลือก จะเอาของราคาถูก หรือแพง จะเหนื่อยเอง หรือจะจ่ายแพงขึ้น ได้มีโอกาสตัดสินใจเองในทุกจังหวะโดยไม่มีเซลมากดดัน อยากได้ข้อมูลถึงเข้าไปหาพนักงาน และสามารถเปลี่ยนใจได้ในนาทีสุดท้าย เมื่อรับของกลับไปแล้วไม่พอใจ ก็ยังเอามาคืนได้อย่างง่ายดาย

 

เราจึงรู้สึก... คุ้มค่า ...จากประสบการณ์ที่หาได้ที่ IKEA เท่านั้น

 

 

 

Glenburn Tea Estate

 

ขออนุญาตยกอีกตัวอย่างค่ะ เมื่อ 6 ปีที่แล้วเอินเคยไปที่เมือง Darjeeling ประเทศอินเดีย มันเป็นเมืองปลูกชา Darjeeling อันมีชื่อเสียงไปทั่วโลกมาตั้งแต่สมัยที่อังกฤษปกครองอินเดีย และมันยังเป็นเมืองตากอากาศของคนอังกฤษสมัยก่อนอีกด้วย หลังจากหาข้อมูลไปมาก็เจอที่พักที่ชื่อ Glenburn Tea Estate ซึ่ง... ทำให้เราไม่สามารถตัดใจไปพักที่อื่นได้เลย

 

 

การสื่อสารสำคัญ

 

มันอาจจะเป็นตั้งแต่วิธีการที่เขาเล่าเรื่องแบรนด์ วิธีการบรรยายห้องและบริการ ผ่าน website ของเขา... การสื่อสารที่ชัดเจน แต่ละมุนละไม... ทำให้เราแทบจะเลิกมองหาที่พักอื่น แม้ว่าราคาจะสูงถึงคืนละ 15,000 บาท (ซึ่งแพงกว่าทุกโรงแรมที่เราเคยไปในตอนนั้น)

 

สุดท้าย ด้วยงบประมาณที่จำกัด เราก็ยอมอยู่แบบยากลำบากในวันอื่น (พักคืนละไม่เกิน 800 บาท) เพื่อไปทุ่มเงินให้ 2 คืนสุดท้ายที่ Glenburn 

 

สามีเองก็ถึงกับเอาแหวนขอแต่งงานติดไป เพื่อไปวัดเอาหน้างานว่าดีงามตามที่คาดไว้มั้ย ถ้าดีจริง... ก็จะขอแต่งงานที่นั่นเลย

 

ปรากฏว่า.... ตั้งแต่วันที่เราเริ่มเป็นแขกของเขา อีเมลทุกอันที่ส่งมา... มีกลิ่นอายความสุภาพแบบผู้ดี มีความละมุนละไมถ่ายทอ