page created and managed by Kal & Co Consultant Co., Ltd.

February 28, 2018

Please reload

Recent Posts

Brand Experience

February 28, 2018

1/10
Please reload

Good Read

‘เกิดอะไรขึ้นกับคำว่า Luxury?’

March 9, 2018

เมื่อคำว่าหรูหราเปลี่ยนไปแล้ว ‘เกิดอะไรขึ้นกับคำว่า Luxury?’ คำถามที่ได้รับมาหลังไมค์ หลังจากเห็นเทรนด์ที่เปลี่ยนไปในโลกของ luxury fashion

ตั้งแต่ Gucci ที่ทำ fashion show ออกแนวหลอน มีsetting เหมือนอยู่ในห้องผ่าตัดยุคโบราณสีเขียว นางแบบนายแบบเดินถือหัว ถือสัตว์แปลกๆ ออกมา ในขณะที่กระเป๋าก็มีดอกไม้บ้าง มีสัตว์เลื้อยคลานบ้าง... เต็มไปหมด หรือจะดูอย่าง Chanel ก็ได้ ที่เพิ่งทำอีเวนท์ Coco Game center ที่ฮาราจูกุ ใช้เพื่อโปรโมตสินค้าตระกูล ROUGE COCO LIP BLUSH ในร้านจะมีทั้งพื้นที่ขายของ โซนถ่ายรูป และมีตู้วีดีโอเกม แถมยังใช้ตู้คีบตุ๊กตาที่มาให้คนคีบเอาสินค้าตัวอย่างกลับไป

เมื่อคำว่า ‘luxury’ หรือ ‘หรูหรา’ เปลี่ยนไปขนาดนี้
เป็นเรื่องน่าสนใจค่ะ...
วันนี้จึงตั้งใจมาตอบคำถามนี้ให้ค่ะ

 

Luxury is Daring

คำว่า high end ไม่ได้มีความหมายเดียวอีกต่อไป ไม่ได้หมายถึงความคลาสสิคในกรอบเดิมๆ แต่การสร้างสไตล์ของตัวเองให้ตอบโจทย์ DNA เป็นสไตล์ที่แตกต่าง ทำให้เห็นถึงรสนิยมที่ดี และทำให้เห็นความกล้าที่จะแตกต่าง ฉีกกรอบ มีอัตลักษณ์ และแสดงความมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น

แม้กระทั่งความหมายของ fashion icon จากที่ต้องเป็นหญิงสาวผอมบาง ตามสมัยนิยมเท่านั้น ก็กลับมีคนที่หลากหลายขึ้น ที่ได้ถูกยกให้เป็น icon ที่คนต่างชื่นชม

***ขอบคุณภาพจาก positioning
อ่านข่าวเพิ่มเติมที่ https://positioningmag.com/1159826

 

shley Graham

นางแบบ plus size ที่กลายเป็นที่ใฝ่ฝันของหนุ่มๆ หลังเป็นนางแบบ plus size คนแรก ที่ได้ขึ้นปก Sports Illustration ฉบับชุดว่ายน้ำ ซึ่งเป็น signature ของแม๊กกาซีนจนเธอดังเปรี้ยงปร้าง
ทยานขึ้นเป็น supermodel สาวพลัสไซส์คนแรก แน่นอนว่าเป็นเพราะหน้าตาสวยๆ และริมฝีปากเย้ายวนของเธอ

แต่สิ่งที่ทำให้ Ashley เป็นที่ชื่นชมมากๆ ก็คือหุ่น plus size ที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอ
รวมถึงการแต่งตัว ความมั่นใจ และความกล้าที่จะรักในรูปร่างของตัวเองของเธอนั่นเอง

***ขอบคุณภาพจาก Ashley Graham

 

 

 

Lyn Slater

อาจารย์มหาวิทยลัยวัย 63 ปี ที่กลายเป็น fashion icon ข้ามคืน เธอถูกค้นพบโดยวงการแฟชั่นโดยบังเอิญ ในวันที่เธอก็แต่งตัวตามปกติของชีวิต แต่เผอิญเธอเดินผ่านย่านที่ celebrities เดินทาง ไปดูงานแฟชั่นโชว์ใน New York Fashion Week ด้วยสไตล์ที่โดดเด่นจัดจ้าน เธอจึงถูดช่างภาพเข้าใจผิด คิดว่าเป็น somebody หลังจากนั้น... เธอก็โด่งดัง กลายเป็น blogger ที่คนตามมหาศาล เคยขึ้นพูดบนเวที TED Talks  เป็นนางแบบที่มีโมเดลลิ่งดูแล
และเป็นแขก VIP ได้นั่ง front row ในแฟชั่นโชว์ต่างๆ

ผู้คนต่างรักในความกล้าที่จะแต่งตัวจัดจ้าน แม้ในวัย 60+ ของเธอ จนยกให้เธอเป็น fashion icon ที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนมากมาย

เห็นมั้ยคะ ยุคนี้คือยุคที่คนถามหาความแตกต่าง ความเป็นตัวของตัวเอง ความกล้า และความมั่นใจ มากกว่าคำว่า ‘สวยงาม’ หรือ ‘หรูหรา’ แบบคลาสสิคเหมือนที่เคยเป็น

***ขอบคุณภาพจาก Accidental Icon

 

 

Luxury Reacts to Fine Art

ในความเป็นจริงอีกประการคือ เทรนด์ของ luxury fashion นั้นมักตอบสนองกับวงการศิลป ร่วมสมัยโดยตรง และเทรนด์ของศิลปะร่วมสมัยเปลี่ยนมาสักพักแล้ว เราจึงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจนในวงการแฟชั่นชั้นสูงเช่นกัน ยิ่งเมื่อการปรับตัวนี้ได้รับผลตอบรับดีทั้งกระแสและยอดขาย ก็ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะหยุดยั้งการปรับตัวนี้

Louise Vuitton มีการร่วมดีไซน์กับศิลปินร่วมสมัย

ศิลปินมักเติม element ให้ของดูสดใสขึ้น กุ๊กกิ๊กขึ้น คลาสสิคน้อยลง ผลปรากฏว่ายิ่งงานดีไซน์กุ๊กกิ๊กก็ยิ่งเข้าใจง่ายสำหรับคนยุคนี้ ตั้งแต่ตอนที่ LV เริ่มร่วมงานกับ Murakami เมื่อหลายปีที่แล้ว ซึ่ง Murakami ก็เติมทั้งตัวการ์ตูน ลายดอกไม้ รวมถึงเปลี่ยนสีโลโก้ที่ปกติจะเป็นสีน้ำตาลอ่อนบนหนังสีนำ้ตาลเข้มให้กลายเป็นสีสันสดใส ก็ปรากฏว่าได้ทั้งกระแสและยอดขาย... ถล่มทลาย ต่อมาจึงเป็นคราวของ Aoi ศิลปินลายจุด จนมาถึงล่าสุดคือคอลเลกชั่นเมื่อปีที่แล้วของ Jeff Koons ที่เอาภาพเขียนศิลปินระดับตำนานมาพิมพ์บนกระเป๋าเอาดื้อๆ และห้อยด้วยตัวห้อยรูปกระต่าย ก็เป็นกระแสใหญ่โตมาก และเป็นที่ใฝ่ฝันของสาวกทั่วโลก

***ขอบคุณภาพจาก Vegas Magazine
อ่านข่าวเพิ่มเติมที่ https://vegasmagazine.com/jeff-koons-new-collection-for-louis-vuitton

 

 

Luxury Target has Shifted

กำลังในการซื้อ luxury เปลี่ยนไป ตลาดเอเชียเข้ามามีบทบาทสูงขึ้นมาก และความชอบของคนในตลาดเอเชียก็ไม่เหมือนกับตลาด luxury เดิมเสียทีเดียว ตลาดใหม่นี้ต้องการสิ่งที่เห็นแล้วรู้ว่าคืออะไร เมื่อลูกค้าเปลี่ยน ก็ต้องตอบโจทย์กับลูกค้าที่เปลี่ยนไป มันจึงหมดยุค abstract และการต้องตีความ ยุคนี้จึงต้องสาด ต้องฟู่ฟ่า บ้าให้รู้ว่าบ้า หรูให้รู้ว่าหรู ต้องฟู่ฟ่า ต้องระยิบระยับชัดเจน
 

 

Luxury has to be Approachable

นอกจากเข้าใจง่ายแล้ว คนยุคนี้ก็ต้องการสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นด้วย เพราะวิถีชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ถนนหนทาง บ้านเมือง การทำงาน หรือแม้กระทั่งการเดินทางท่องเที่ยว คนตะวันตกเมื่อท่องเที่ยวมาแถวซีกโลกนี้ ก็ต้องท่องเที่ยวด้วยชุดที่ต้องลุยได้ ทะมัดทะแมง ในขณะที่คนฝั่งเรา เมื่อไปเที่ยวก็ชอบไปประเทศที่เรารู้สึกว่าเจริญ และต้องการแต่งตัวสวยๆ เริ่ดๆ ไปเดินเฉิดฉายในขณะที่ก็ยังต้องเที่ยวได้อยู่ ในทางตะวันตกเอง คนก็ใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตัวเอง เดินทางเอง เดินลุยถนน ปั่นจักรยาน..​กันมากขึ้น สังเกตว่า luxury brand มากมายจึงลงมาจับสินค้าแนว street มากขึ้น ทั้งผ้าใบ เป้ เสื้อยืด แจ๊กเก็ต พูดง่ายๆ คือหันมาออกแบบให้สิ่งที่ใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันเป็น luxury มากขึ้น
 

Everyone can become Producer

ความจริงข้อหนึ่งที่เราต้องยอมรับก็คือ ยุคนี้เป็นยุคที่ทุกคนลุกขึ้นมาทำแบรนด์ได้ไม่